![]() |
- ผลการวิเคราะห์ด้วยแพลตฟอร์ม STAgora™ จากผลการตรวจราว 60,000 รายการ ตลอดระยะเวลา 42 เดือน เผยว่า พบเชื้อก่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ร่วมด้วยสูงถึง 82% ในกลุ่มผู้ที่มีผลตรวจเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) เป็นบวก
- ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นประโยชน์ของการตรวจคัดกรองแบบครอบคลุม ที่ให้ข้อมูลทั้งการติดเชื้อ HPV และเชื้อก่อโรค STI ได้พร้อมกัน
- Seegene เตรียมพิสูจน์คุณประโยชน์ทางคลินิกของการตรวจคัดกรอง HPV และ STI แบบครอบคลุมผ่านโครงการ Global Million Clinical Study เพื่อเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการกำหนดมาตรฐานใหม่ระดับโลกสำหรับการตรวจด้วยเทคโนโลยี PCR
โซล, เกาหลีใต้, 30 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — Seegene Inc. ผู้นำระดับโลกด้านการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคนิคทางด้านอณูพันธุศาสตร์ ประกาศนำเสนอแนวทางการตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ (RTI) แบบครอบคลุมด้วยเทคโนโลยี Syndromic PCR ซึ่งสามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) และเชื้อไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา หรือเอชพีวี (HPV) ได้พร้อมกันในการทดสอบเดียว
การประกาศในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ Seegene ได้เปิดตัวโครงการ Global Million Clinical Study (GMCS) ไปเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยความริเริ่มดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการกำหนดมาตรฐานใหม่ระดับโลก สำหรับการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยี PCR ผ่านการรวบรวมข้อมูลทางคลินิกจากประสบการณ์การใช้งานจริงในสถาบันทางการแพทย์ทั่วโลก พร้อมประเมินประโยชน์ทางคลินิกของกลยุทธ์การตรวจวินิจฉัยที่จำเพาะแต่ละโรค
เป็นที่ทราบกันดีว่า เชื้อไวรัส HPV คือสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงอย่าง HPV-16 และ HPV-18 ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการลุกลามของโรค และเนื่องจากแนวทางการตรวจคัดกรองและการติดตามผลผู้ป่วยอาจแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ที่พบ ดังนั้น การระบุสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ได้อย่างแม่นยำ นอกเหนือจากการตรวจหาการติดเชื้อเพียงอย่างเดียว จึงถือเป็นข้อมูลทางคลินิกที่สำคัญยิ่งในการวางแผนดูแลรักษาผู้ป่วย
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) เกิดจากเชื้อก่อโรคหลายชนิด เช่น Chlamydia trachomatis และ Neisseria gonorrhoeae ผู้ป่วยอาจแสดงอาการได้หลากหลาย ตั้งแต่ตกขาวผิดปกติ ปัสสาวะแสบขัด ปวดหรือคันบริเวณอวัยวะเพศ เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดท้องน้อย มีแผล ตุ่มน้ำ หรือหูดบริเวณอวัยวะเพศ ไปจนถึงภาวะมีบุตรยาก และเนื่องจากเชื้อก่อโรคต่างชนิดกันมักแสดงอาการทางคลินิกที่คล้ายคลึงกัน การระบุชนิดของเชื้อจากอาการเพียงอย่างเดียวจึงทำได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น การติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการยังพบได้บ่อย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยนำไปสู่การแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
ผลการศึกษาวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และภาวะจุลินทรีย์ในช่องคลอดเสียสมดุล อาจสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะการอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบนิเวศจุลินทรีย์บริเวณปากมดลูก ซึ่งอาจส่งผลต่อการติดเชื้อ HPV การได้รับเชื้อเรื้อรัง หรือโอกาสในการหายจากการติดเชื้อ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการแปลผลการตรวจ HPV และ STI ร่วมกับบริบททางคลินิกในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นอายุของผู้ป่วย อาการ ประวัติการมีเพศสัมพันธ์และความเสี่ยงในการรับเชื้อ แผนการตั้งครรภ์ ประวัติการติดเชื้อในอดีต รวมถึงชนิดของเชื้อที่ตรวจพบ ปัจจัยทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ในการประเมินแนวทางการตรวจคัดกรอง HPV และ STI แบบครอบคลุม ที่สามารถประเมินความเสี่ยงของเชื้อ HPV ควบคู่ไปกับการตรวจหาการติดเชื้อทางระบบสืบพันธุ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้
จากการวิเคราะห์ข้อมูลภายในผ่าน STAgora™ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์สถิติและข้อมูลการตรวจแบบเรียลไทม์ของ Seegene โดยรวบรวมผลการตรวจคัดกรองเชื้อ HPV และ STI พร้อมกันราว 60,000 รายการ ตลอดระยะเวลา 42 เดือน พบว่า ผู้ที่ติดเชื้อ HPV ตรวจพบเชื้อก่อโรค STI ร่วมด้วยสูงถึง 82% ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อ STI พบการติดเชื้อ HPV ร่วมด้วย 46% นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกจากการตรวจคัดกรอง HPV และ STI แบบครบวงจร ยังพบการติดเชื้อทั้งสองประเภทร่วมกันสูงถึง 71%
ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นศักยภาพในการนำการตรวจเชื้อ STI มาใช้ควบคู่กับการตรวจคัดกรอง HPV ซึ่งให้ประโยชน์ครอบคลุม ทั้งการตรวจพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มที่ไม่แสดงอาการ การประเมินภาวะติดเชื้อร่วมในผู้ติดเชื้อ HPV ตลอดจนสนับสนุนการประเมินสุขภาพระบบสืบพันธุ์สำหรับผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก
ทั้งนี้ Seegene มีแผนที่จะเดินหน้ารวบรวมหลักฐานทางคลินิกเกี่ยวกับการตรวจคัดกรอง HPV และ STI แบบครบวงจรผ่านโครงการ GMCS อย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินประโยชน์ทางคลินิกและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริงในทางสถิติด้วยแพลตฟอร์ม STAgora™
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมนำเสนอความสำคัญและทิศทางในอนาคตของแนวทางการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยี PCR แบบครบวงจร ในงานประชุมสมาคมการตรวจวินิจฉัยและเวชศาสตร์ห้องปฏิบัติการ (ADLM 2026) ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคมนี้ ณ เมืองแอนาไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
อภิธานศัพท์และเอกสารอ้างอิง
RTI (Reproductive Tract Infection หรือ โรคติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์)
กลุ่มโรคที่ครอบคลุมการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ ทั้งการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับไวรัสเอชพีวี (HPV) และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)
สารเป้าหมายในการตรวจวิเคราะห์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ STI Test target analyte
Chlamydia trachomatis (CT), Neisseria gonorrhoeae (NG), Mycoplasma genitalium (MG), Trichomonas vaginalis (TV), Mycoplasma hominis (MH), Ureaplasma urealyticum (UU), Ureaplasma parvum (UP), Herpes simplex virus type 1 (HSV-1), Herpes simplex virus type 2 (HSV-2), Treponema pallidum (TP), Gardnerella vaginalis (GV) และ Candida albicans (CA)
เอกสารอ้างอิงคัดสรร
- Brusselaers N, et al. Am J Obstet Gynecol. 2019.
- Koster BD, et al. Nature Communications. 2022.
- Chen X, et al. Nature Communications. 2025.
เกี่ยวกับ Seegene
Seegene เป็นผู้นำระดับโลกด้านการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเทคนิคทางด้านอณูพันธุศาสตร์ โดยสั่งสมความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 25 ปี ในการวิจัย พัฒนา และผลิตเทคโนโลยี Syndromic Real-time PCR บริษัทฯ เป็นที่ยอมรับในเรื่องนวัตกรรม Multiplex PCR อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ที่ช่วยให้ตรวจหาเชื้อก่อโรคได้หลายชนิดพร้อมกันในการทดสอบเพียงครั้งเดียว
เทคโนโลยี Syndromic Real-time PCR โดย Seegene มีจุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการตรวจจับเชื้อก่อโรคที่แสดงอาการใกล้เคียงกันได้สูงสุดถึง 14 ชนิดภายในหลอดทดลองเดียว พร้อมรายงานผลเชิงปริมาณเพื่อช่วยให้ตัดสินใจทางคลินิกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ศักยภาพทางเทคโนโลยีของ Seegene ได้ปรากฏให้เห็นแล้วในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยบริษัทฯ ได้จัดส่งชุดตรวจโควิด-19 รวมมากกว่า 340 ล้านชุด ไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
Seegene นำความเชี่ยวชาญด้านการตรวจวินิจฉัยทางอณูชีววิทยามาต่อยอด เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเพียงผู้ผลิตชุดตรวจ สู่การสร้างระบบนิเวศด้านการตรวจวินิจฉัยโรคแบบครบวงจร โดยเดินหน้านวัตกรรมล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลการตรวจวินิจฉัยแบบเรียลไทม์อย่าง STAgora™ และระบบตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี PCR อัตโนมัติเต็มรูปแบบอย่าง CURECA™ เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการตรวจทางอณูชีววิทยาในทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ Seegene ยังมุ่งมั่นขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยทางอณูชีววิทยาในวงกว้าง พร้อมเสริมแกร่งในการรับมือโรคติดเชื้อทั่วโลก ผ่านโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างพันธมิตรความร่วมมือในระดับสากล

