ชิงเต่า, จีน, 28 มี.ค. 2569 /PRNewswire/ — Hisense แบรนด์ชั้นนำด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและเครื่องใช้ในบ้านระดับโลกกำลังผลักดันนวัตกรรมประหยัดพลังงานทั่วทั้งอุตสาหกรรม ขณะที่ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทุกปีในช่วง Earth Hour หลายล้านครัวเรือนทั่วโลกจะปิดไฟเป็นเวลาหกสิบนาที แต่อีกหนึ่งเรื่องราวด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สำคัญไม่แพ้กันอาจกำลังเกิดขึ้นบนหน้าจอที่ยังเปิดอยู่ เนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้านมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานจึงได้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม

สำหรับ Hisense เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเริ่มมีมานานก่อนที่จะมีทีวีในห้องนั่งเล่นเสียอีก ในปี 2568 โรงงานหวงเต่าของ Hisense Hitachi ได้รับการยอมรับจากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ว่าเป็นโรงงานประภาคารด้านความยั่งยืนแห่งแรกของโลกในภาคส่วน VRF ซึ่งแสดงให้เห็นวิธีที่การผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นได้ โดยต่อยอดจากความสำเร็จนี้ โรงงาน Hisense Visual Technology ที่ชิงเต่า ได้รับการยอมรับจาก WEF ให้เป็นโรงงานประภาคารด้านการเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity Lighthouse) จึงกลายเป็นโรงงานประภาคารแห่งแรกและแห่งเดียวในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ระดับโลก

การยอมรับทั้งสองนี้สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างขึ้นของเครือข่ายการผลิตของ Hisense สู่ความยั่งยืนและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นรากฐานที่ย่อมต่อยอดไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ทีวีปี 2569 โดยรุ่นล่าสุดของ Hisense แสดงให้เห็นนวัตกรรมที่คำนึงถึงพลังงานทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และคุณสมบัติอัจฉริยะ ซีรีส์ UR9 ที่กำลังจะวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนเมษายนนี้จะมาพร้อมรีโมทคอนโทรลที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในบางภูมิภาค เช่น ยุโรปและออสเตรเลีย ขณะที่เซ็นเซอร์ตรวจจับแสงแบบปรับได้ (Adaptive Light Sensor) และโหมดประหยัดพลังงานจะปรับความสว่างและการใช้พลังงาน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบริหารการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ Hisense ยังขยายแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปไกลกว่าตัวผลิตภัณฑ์ โดยบรรจุภัณฑ์ Eco-care ของ Hisense ใช้ไม้และเส้นใยที่ได้รับการรับรอง FSC®100% จากป่าที่ได้รับการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการผลิตและการจัดส่งในยุโรป

นอกจากนี้ Hisense ยังเดินหน้าพัฒนาการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับผลิตภัณฑ์อีกด้วย โดยโปรเจ็กเตอร์เลเซอร์ C3 ได้รับการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) และการตรวจสอบรอยเท้าคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ (product carbon footprint: PCF) โดย SGS ซึ่งสนับสนุนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใสตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

การปรับปรุงด้านสิ่งแวดล้อมหลายประการกำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ผ่านความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดของเสีย และยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ โดยไม่เปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้เทคโนโลยี สำหรับ Hisense แล้ว นี่เป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ว่า "Innovating a Brighter Life" ("สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่สดใสยิ่งขึ้น") ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยกระดับความบันเทิงไปพร้อมกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ Hisense

Hisense ก่อตั้งขึ้นในปี 2512 และเป็นผู้นำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับด้านเครื่องใช้ในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค โดยมีการดำเนินงานในกว่า 160 ประเทศ เชี่ยวชาญด้านการส่งมอบผลิตภัณฑ์มัลติมีเดียคุณภาพสูง เครื่องใช้ในบ้าน และโซลูชันไอทีอัจฉริยะ ตามข้อมูลของ Omdia Hisense อยู่อันดับที่ 1 ของโลกในกลุ่มทีวีขนาด 100 นิ้วขึ้นไป (2566-2568) ในฐานะผู้ริเริ่มเทคโนโลยี RGB MiniLED Hisense ยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม RGB MiniLED ยุคใหม่ต่อไป ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการรายแรกของ FIFA Club World Cup 2026™ Hisense มุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรด้านกีฬาระดับโลกเพื่อเป็นช่องทางในการเชื่อมต่อกับผู้ชมทั่วโลก

Source link

You May Also Like

Entrepreneurship World Cup รอบชิงที่ Biban Forum 24 พร้อมสิทธิ์คว้ารางวัล 1 ล้านเหรียญ

ริยาด, ซาอุดีอาระเบีย, 2 ก.ย. 2567/PRNewswire/ — ซาอุดีอาระเบียยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุนระดับโลกที่เติบโตต่อเนื่อง โดยดึงดูดผู้ประกอบการจากทั่วโลกให้เข้ามาเริ่มก่อพันธมิตรที่สร้างผลกระทบ สร้างสรรค์นวัตกรรม เปิดตัว และขยายขนาดองค์กรที่มุ่งเน้นอนาคต ซาอุดีอาระเบียพร้อมแล้วที่จะสร้างชื่อเสียงของประเทศในฐานะแหล่งกำเนิดผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม…

มิชลินไกด์ อาบูดาบี ฉบับที่ 3 ประกาศผลแล้ว

– ร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินทั้งหมดยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ – เพิ่มร้านอาหารใหม่ 5 ร้าน – มอบรางวัลบิบ กูร์มองด์ เพิ่ม 2 ร้าน…

เจแอลอาร์ จับมือทาทา คอมมิวนิเคชั่นส์ มุ่งเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น คุณภาพดียิ่งขึ้น

เจแอลอาร์ จับมือทาทา คอมมิวนิเคชั่นส์ เพื่อเชื่อมต่อสถานดำเนินงานของเจแอลอาร์ 128 แห่งทั่วโลก ด้วยสมรรถนะเครือข่ายแบบมุ่งเน้นคลาวด์เป็นหลักและกำหนดโดยซอฟต์แวร์ ทาทา คอมมิวนิเคชั่นส์ จะติดตั้งสถาปัตยกรรมดิจิทัล เพื่อเอื้อให้เจแอลอาร์สามารถยกระดับคุณภาพการสร้างยานยนต์ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์จากไลน์ผลิต สมรรถนะเครือข่ายที่ก้าวหน้าจะขับเคลื่อนการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับเจแอลอาร์…