ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 28 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — Dubai International Financial Centre (DIFC) ศูนย์กลางทางการเงินระดับชั้นนำของโลกในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ เผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกอันแข็งแกร่งและนำหน้าอุตสาหกรรม สะท้อนความเชื่อมั่นจากทั่วโลกที่มีต่อดูไบ ในฐานะหมุดหมายสำคัญด้านการเงิน ธุรกิจ และนวัตกรรม

Dubai International Financial Centre (DIFC)
Dubai International Financial Centre (DIFC)

จำนวนบริษัทจดทะเบียนใน DIFC พุ่งแตะ 10,018 แห่ง ณ สิ้นสุดครึ่งแรกของปี 2569 หลังต้อนรับบริษัทใหม่เข้ามารวม 2,318 แห่ง คิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 30% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลขยายตัวเพิ่มเป็น 1,134 แห่ง หรือเติบโตขึ้น 16% ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ DIFC ในฐานะระบบนิเวศบริการทางการเงินที่ใหญ่และหลากหลายที่สุด และมีการดำเนินงานครอบคลุมทุกภาคส่วนในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ ผลงานของ DIFC ที่ว่านี้ ยังช่วยขับเคลื่อนวาระเศรษฐกิจดูไบ Dubai Economic Agenda (D33) ที่มุ่งปักธงดันดูไบขึ้นแท่น 1 ใน 4 ศูนย์กลางการเงินระดับโลก

นอกจากนี้ ระบบนิเวศทางการเงินของศูนย์กลางแห่งนี้ยังคงเติบโตรุดหน้าและดึงดูดสำนักงานภูมิภาคได้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ครอบคลุมทั้งธนาคารและบริษัทในตลาดทุน 327 แห่ง, ธุรกิจประกันภัยและประกันภัยต่อ 165 แห่ง ตลอดจนบริษัทบริหารความมั่งคั่งและจัดการสินทรัพย์อีก 592 แห่ง[1] ซึ่งรวมถึงการเป็นศูนย์รวมของกองทุน Hedge Fund ที่หนาแน่นที่สุดอีกด้วย

การที่ DIFC ก้าวขึ้นสู่อันดับ 7 ของโลก จากการจัดอันดับดัชนีศูนย์กลางการเงินโลกนั้น สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของดูไบที่โดดเด่นยิ่งขึ้นในเวทีนานาชาติ พร้อมตอกย้ำภารกิจสำคัญของ DIFC ในการเป็นสะพานเชื่อมโยงตลาดการเงินทั่วภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

His Excellency Essa Kazim ผู้ว่าการ DIFC กล่าวว่า "ผลงานอันยอดเยี่ยมของ DIFC เป็นสิ่งสะท้อนรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และทรงคุณค่าในระยะยาวของดูไบ ในฐานะระบบนิเวศบริการทางการเงินที่ใหญ่และหลากหลายที่สุด DIFC ยังคงเดินหน้าดึงดูดสถาบันการเงินชั้นนำ เม็ดเงินลงทุน และบุคลากรศักยภาพสูงจากทั่วทุกมุมโลก ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงทั่วตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ ความสำเร็จของเรามีรากฐานมาจากสภาพแวดล้อมด้านการกำกับดูแล กรอบกฎหมาย และระบบนิเวศทางธุรกิจระดับสากล ซึ่งจะช่วยเสริมแกร่งให้ดูไบก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลกได้อย่างมั่นคง"

ด้านศูนย์นวัตกรรม DIFC Innovation Hub ต้อนรับบริษัทน้องใหม่เข้าร่วมเครือข่าย 361 แห่ง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ส่งผลให้มียอดรวมแตะ 1,933 แห่ง หรือเติบโตขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน DIFC ยังคงเดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการความมั่งคั่งส่วนบุคคลระดับภูมิภาค โดยในช่วงครึ่งปีแรก จำนวนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็น 1,408 แห่ง หรือขยายตัว 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนจำนวนมูลนิธิปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1,409 แห่ง หรือเพิ่มขึ้น 67% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ดูวิดีโอประกอบข่าวของ DIFC

1. รวมธนาคารส่วนบุคคล จำนวน 48 แห่ง

Source link

You May Also Like

เกาะยาสฉลองการประกาศโครงการรีสอร์ตสวนสนุกดิสนีย์ ด้วยการจัดแสดงโดรนยิ่งใหญ่ทำลายสถิติ การประดับไฟในสถานที่สำคัญ การแสดงสด และดอกไม้ไฟสุดตระการตา

โดรนมากกว่า 9,000 ลำสว่างไสวทั่วท้องฟ้าเหนือเกาะยาส เพื่อเฉลิมฉลองการประกาศครั้งประวัติศาสตร์เกี่ยวกับโครงการรีสอร์ตสวนสนุกดิสนีย์ ที่จะเป็นแห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง เหล่าคนดังผู้มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง Tyrese Gibson, Naomi Campbell, Nancy…

จีนผนึกกำลังเยอรมนีจัดกิจกรรม Tongji Day และ Tongji-German Symposium 2025 มุ่งขับเคลื่อนความร่วมมือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เบอร์ลิน, 17 มิถุนายน 2568 /PRNewswire/ — Tongji Day และ Tongji-German Symposium 2025…

ผลสำรวจ Sun Life ชี้ ความมั่นคงทางการเงินคือหัวใจของการวางแผนส่งต่อมรดก แต่หลายครอบครัวกังวลความมั่งคั่งอาจไม่ยั่งยืนถึงรุ่นลูกหลาน

7 ใน 10 ชี้ว่า การสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัว คือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการวางแผนส่งต่อมรดก 59% ต้องการให้ทรัพย์สินที่ส่งต่อถูกนำไปลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว เกือบสองในสาม (60%) เกรงว่าทรัพย์สินที่สะสมไว้อาจไม่สามารถรักษาไว้ได้เกินกว่ารุ่นลูก ผู้ตอบแบบสำรวจไม่ถึงหนึ่งในสามเชื่อว่าบุตรหลานจะสืบสานธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัว…