ปักกิ่ง, 25 มิถุนายน 2569 /PRNewswire/ — เมื่อระบบตรวจพบว่าอุณหภูมิภายในโรงเลี้ยงไหมสูงผิดปกติ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งติดตั้งอยู่บนโทรศัพท์มือถือของ Wei Qingyi หัวหน้าสหกรณ์เลี้ยงไหมแห่งหนึ่งในภาคใต้ของจีน จึงแนะนำให้เปิดการระบายอากาศอัตโนมัติในโรงเลี้ยงไหมอัจฉริยะของเขา

Photo shows verdant mulberry parks in an ecological demonstration zone located in Desheng Town of Yizhou District in Hechi City of Guangxi Zhuang Autonomous Region. (Photo by Wang Xinyuan)
Photo shows verdant mulberry parks in an ecological demonstration zone located in Desheng Town of Yizhou District in Hechi City of Guangxi Zhuang Autonomous Region. (Photo by Wang Xinyuan)

ปัจจุบันโรงเลี้ยงไหมในเขตอี๋โจวเต็มไปด้วยสายการให้อาหารอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ และกล้องความละเอียดสูง แทนที่ถาดและชั้นเลี้ยงไหมที่สานจากไม้ไผ่แบบดั้งเดิม

ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นในการยกระดับอุตสาหกรรม เขตอี๋โจวได้นำ AI มาใช้เปลี่ยนอุตสาหกรรมเลี้ยงไหมที่เคยใช้แรงงานเข้มข้นให้กลายเป็นภาคเกษตรอัจฉริยะ

ตัวอย่างเช่น อี๋โจวได้จำลองกระบวนการเลี้ยงไหมทั้งหมดผ่านการผสาน AI กับ Internet of Things (IoT) ทำให้ข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรทางการเกษตรรูปแบบใหม่ และโทรศัพท์มือถือกลายเป็นเครื่องมือทำฟาร์มยุคใหม่

ด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้งที่ขับเคลื่อนด้วยบิ๊กดาต้า พื้นที่ผลิตไหมขนาดใหญ่ของจีนแห่งนี้ยังยกระดับการเลี้ยงไหมอัจฉริยะด้วยระบบตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น และการให้อาหารแบบอัตโนมัติ

อัตราความแม่นยำในการคาดการณ์โรคสำคัญของไหมในระยะสั้นและระยะกลางของพื้นที่ผ่านเครือข่ายตรวจสอบและแจ้งเตือนอัจฉริยะนั้นสูงกว่า 90% และ 80% ตามลำดับเป็นส่วนใหญ่

ในโรงเลี้ยงไหมท้องถิ่น ระบบปฏิบัติการดิจิทัลตลอดกระบวนการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอุปกรณ์รวมรังไหมอัจฉริยะ เครื่องอบรังไหม เครื่องให้อาหาร และอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ ช่วยยกระดับสัดส่วนรังไหมคุณภาพสูงให้เพิ่มขึ้นถึง 95%

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มบริการครบวงจร "Jianyitong" ซึ่งผสานเทคโนโลยี บิ๊กดาต้า, AI และบล็อกเชน ได้ให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การซื้อขายรังไหม การชำระเงิน การติดตามแนวโน้มราคา การจัดหาวัสดุการผลิต ไปจนถึงบริการสินเชื่อ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมในพื้นที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการขายผลผลิตในราคาต่ำอีกต่อไป

ด้านผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไหมก็ได้รับประโยชน์จากช่องทางจัดซื้อวัตถุดิบคุณภาพสูงที่มีความมั่นคงมากขึ้น ส่งผลให้สามารถสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบครบวงจรได้

ด้วยคุณภาพอันโดดเด่น ไหมเส้นดิบที่ผลิตในพื้นที่ได้กลายเป็นวัตถุดิบที่แบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Hermès และ Chanel เลือกใช้ ขณะที่เสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าไหมท้องถิ่นก็ได้รับการจัดแสดงอยู่เป็นประจำในงานระดับนานาชาติ

นอกเหนือจากความ "อัจฉริยะ" และการต่อยอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเลี้ยงไหมแล้ว ปัจจุบันอี๋โจวยังได้พัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบบูรณาการที่ครอบคลุมการผลิต การแปรรูป วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและกระบวนการต่าง ๆ ยังช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมต่อเนื่องในท้องถิ่น เช่น ยาธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเกี่ยวกับไหม โดยในปี 2568 ผลผลิตของยาเม็ดอัลคาลอยด์จากกิ่งหม่อนมีมูลค่าสูงกว่า 130 ล้านหยวน

ลิงก์ต้นฉบับ: https://en.imsilkroad.com/p/351087.html

Source link

You May Also Like

ซานตง เฮฟวี อินดัสตรี และ เหว่ยฉาย พาวเวอร์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพันธมิตรทั่วโลกครั้งที่ 3 และงานแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงจาการ์ตา

ผนึกกำลังกันเพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า จาการ์ตา, อินโดนีเซีย–23 มกราคม 2567–พีอาร์นิวส์ไวร์/ดาต้าเซ็ต ในวันที่ 23 มกราคม ซานตง เฮฟวี อินดัสตรี (Shandong…

ผู้บริโภคชาวไทยมีแนวทางที่สมดุลและเป็นรูปธรรมมากขึ้นในการลดการบริโภคน้ำตาล

ภาพรวม: มาตรฐานใหม่ของประเทศไทยที่กำหนดให้ "ความหวานปกติ = ความหวาน 50%" สำหรับเครื่องดื่มชง ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคกำลังเอนเอียงไปสู่การลดน้ำตาลอย่างเป็นรูปธรรมโดยยังคงรสชาติไว้ ตามผลการวิจัยของมินเทล ขณะที่กรมอนามัยได้ปรับระดับความหวานเริ่มต้นให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของระดับปัจจุบันเพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)…

SUBANG JAYA MEDICAL CENTRE คว้าอันดับ 1 ใน 250 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก และติด 10 อันดับแรกระดับภูมิภาคจากการจัดอันดับโดย Newsweek ปี 2569

กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย 16 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — Subang Jaya Medical Centre (SJMC)…