เซี่ยงไฮ้ 6 กุมภาพันธ์ 2569 /PRNewswire/ — ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการเดินหน้าขยับขยายธุรกิจในเชิงกลยุทธ์ และตอกย้ำความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของ SUS ENVIRONMENT ซึ่งในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานจากขยะครบวงจรระดับโลก บริษัทได้เริ่มดำเนินกลยุทธ์ "ขยายการเติบโตภายในประเทศสามเท่าในสิบปี" พร้อมตั้งเป้าหมายที่ท้าทายอย่าง "การตั้งบริษัท SUS อีกแห่งในต่างประเทศ" โดยในปัจจุบัน บริษัทมีการดำเนินงานในนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศกว่า 90 แห่งทั่วโลก และมีอุปกรณ์หลักติดตั้งอยู่ในโรงไฟฟ้าพลังงานขยะมากกว่า 300 แห่ง เครือข่ายการดำเนินงานนี้สามารถจัดการขยะมูลฝอยชุมชนได้ราว 300,000 ตันต่อวัน นอกจากนี้ บริษัทยังมีขนาดการลงทุนในต่างประเทศเป็นอันดับหนึ่งในบรรดากลุ่มวิสาหกิจของจีนในภาคส่วนขยะมูลฝอย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นในฐานะพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกอีกด้วย

หัวใจสำคัญของการเติบโตนี้คือการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดย SUS ENVIRONMENT ได้นำแพลตฟอร์ม "AI + ดิจิทัลทวิน" ที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริงเป็นครั้งแรกของโลกในภาคอุตสาหกรรมพลังงานจากขยะมาใช้ ณ โรงงานในเขตเกาหลิง เมืองซีอาน ซึ่งนอกเหนือจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลแล้ว บริษัทยังได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำทางเทคนิคโดยการเป็นหัวหอกในการจัดทำคู่มือ China’s Best Available Techniques (CBAT) เพื่อใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานไปทั่วโลก ซึ่งในตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยและพัฒนาของบริษัทได้ยื่นจดและได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ใหม่ถึง 47 รายการ และมีการตีพิมพ์บทความทางเทคนิคหลัก 12 ฉบับ ในขณะเดียวกัน บริษัทยังมีบทบาทสำคัญในเวทีระดับนานาชาติเพื่อส่งเสริมมาตรฐานทางเทคโนโลยีร่วมกันอีกด้วย

รูปแบบการดำเนินงานของบริษัทยังขยายขอบเขตไปไกลกว่าเพียงการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน โดยโรงงานของบริษัทสามารถให้บริการทำความร้อนแก่ชุมชนในท้องถิ่น จัดการกากตะกอนอุตสาหกรรม และสนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโรงกำจัดขยะแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นศูนย์รวมทรัพยากรแบบบูรณาการที่ส่งมอบประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในพื้นที่

ในระดับสากล SUS ENVIRONMENT ได้กระชับความร่วมมือเชิงสถาบันโดยการเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกใน United Nations Global Compact และร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรม อาทิ International Solid Waste Association (ISWA) และ Global Waste-to-Energy Research and Technology Council (WtERT) ทั้งยังมีการเผยแพร่รายงานความยั่งยืนฉบับสองภาษาเป็นครั้งแรก และการปรับโฉมภาพลักษณ์องค์กรใหม่ทั้งหมดเพื่อส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลที่มีความโปร่งใสและยั่งยืนบนเวทีโลก

แนวทางแบบครบวงจรนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยในปี 2568 บริษัทได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันนวัตกรรมอุตสาหกรรมกลุ่มประเทศ BRICS ได้รับการจัดอันดับใน "ดัชนี ESG 100 องค์กรจีน" และได้รับรางวัล "Green and Sustainable Finance Award" จากหน่วยงาน Hong Kong Quality Assurance Agency ความสำเร็จเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า SUS ENVIRONMENT ได้แสดงให้โลกเห็นว่าอนาคตของการจัดการขยะไม่ได้อยู่ที่การกำจัดแบบแยกส่วน แต่อยู่ที่ระบบที่บูรณาการเทคโนโลยี มีความเกื้อกูลต่อระบบนิเวศ และอาศัยความร่วมมือระดับโลก ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่ขยายผลได้สำหรับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนทั่วโลก

Source link

You May Also Like

เหลืออีก 77 วัน: 7 WONDERS OF FUTURE CITIES นับถอยหลังสู่การเปิดลงคะแนน

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 15 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — วันนี้ 7 Wonders of Future…

ประกาศการอนุมัติข้อตกลงระงับข้อพิพาท

คุณเคยซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท Trevali Mining Corporation ระหว่างวันที่ 9 ตุลาคม 2563 ถึง 15 สิงหาคม 2565…

งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและพื้นที่พาณิชย์ CIFF Guangzhou 2026 เตรียมชูบทบาทการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนในพื้นที่ทำงาน

กว่างโจว จีน 30 ม.ค. 2569 /PRNewswire/ — งานแสดงเฟอร์นิเจอร์นานาชาติจีน ครั้งที่ 57 (CIFF Guangzhou…