เซี่ยงไฮ้, 18 เมษายน 2569 /PRNewswire/ — Shanghai Electric (SEHK: 02727, SSE: 601727) ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ด้วยรายได้ 126.68 พันล้านหยวน (18.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 9.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 1.206 พันล้านหยวน (176.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งพุ่งสูงถึง 60.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่ารวมของคำสั่งซื้อใหม่ที่ได้รับตลอดทั้งปีอยู่ที่ 172.81 พันล้านหยวน (25.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 12.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในการประชุมชี้แจงผลประกอบการประจำปี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน ในฮ่องกง Shanghai Electric ได้นำเสนอผลการดำเนินงานปี 2568 และข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของบริษัท พร้อมทั้งมีการพูดคุยพบปะกับนักลงทุนสถาบันและนักวิเคราะห์อย่างหลากหลาย เกี่ยวกับพัฒนาการทางธุรกิจและแผนในอนาคต บริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในตัวชี้วัดหลักในปี 2568 โดยคุณภาพธุรกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งขับเคลื่อนจากความก้าวหน้าในคำสั่งซื้อใหม่ นวัตกรรมเทคโนโลยี และการทำงานร่วมกันของแต่ละกลุ่มธุรกิจ

การเติบโตที่แข็งแกร่งในด้านความสามารถทำกำไร คำสั่งซื้อใหม่ และรายได้รายกลุ่มธุรกิจ

ในปี 2568 Shanghai Electric ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในภาคธุรกิจใหม่ อีกทั้งยังเร่งการพัฒนาและนำนวัตกรรมที่พัฒนาด้วยตนเองไปใช้งานในภาคการผลิตขั้นสูง และยังคงขยายการดำเนินงานในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

กำไรจากการดำเนินงานรวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 5.02 พันล้านหยวน (736.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 34.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.078 หยวน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 62.50%

กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์พลังงานสร้างรายได้ 75.02 พันล้านหยวน (11.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 21.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังคงรักษาตำแหน่งความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้อย่างแข็งแกร่ง

ภาคธุรกิจที่มีการเติบโตสูงต่างก็มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้แก่:

  • คำสั่งซื้ออุปกรณ์พลังงานลมอยู่ที่ระดับ 22.966 พันล้านหยวน (+32.18%, 3.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • คำสั่งซื้ออุปกรณ์พลังงานนิวเคลียร์อยู่ที่ 9.888 พันล้านหยวน (+25.37%, 1.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • คำสั่งซื้ออุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซอยู่ที่ 3.095 พันล้านหยวน (+33.35%, 454.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • คำสั่งซื้อบริการโรงไฟฟ้าอยู่ที่ 7.312 พันล้านหยวน (+45.28%, 1.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

การเสริมสร้างขีดความสามารถด้านนวัตกรรมและความก้าวหน้าในภาคธุรกิจใหม่

Shanghai Electric ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีในหลายสาขาใหม่ เช่น เมทานอลสีเขียว ไฮโดรเจนสีเขียว ระบบกักเก็บพลังงาน และพลังงานไฟฟ้าตัวนำยิ่งยวด (superconducting power) ซึ่งช่วยยกระดับความเป็นอิสระและสามารถพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง

ในภาคการผลิตขั้นสูง ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเอง เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม และตลับลูกปืนความแม่นยำสูง กำลังถูกผลักดันเข้าสู่การใช้งานจริงในตลาดอย่างรวดเร็ว ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถหลักของบริษัทในภาคส่วนนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัทอยู่ที่ 6.164 พันล้านหยวน (904.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและการยกระดับผลิตภัณฑ์

การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างอุตสาหกรรมและการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก

ในการตอบคำถามจากนักลงทุนเกี่ยวกับการใช้งานหุ่นยนต์ การพัฒนาธุรกิจอุปกรณ์การบิน การส่งออกอุปกรณ์พลังงานนิวเคลียร์ แนวโน้มการประมูลงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน และการส่งออกกังหันก๊าซ Shanghai Electric ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจอุปกรณ์พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของอุปกรณ์อุตสาหกรรม และขยายขีดความสามารถให้บริการแบบบูรณาการอย่างครบวงจรในระดับโลก โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้

  • พลังงานรูปแบบดั้งเดิม: เสริมความสามารถในการควบคุมโครงข่ายไฟฟ้า ส่งเสริมการปรับปรุงสู่คาร์บอนต่ำ พร้อมทั้งเร่งการนำเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์และนิวเคลียร์ฟิวชันไปสู่การพัฒนาและติดตั้งใช้งานในระดับวิศวกรรม
  • การผลิตขั้นสูง: ขยายการพัฒนาด้านหุ่นยนต์ อุปกรณ์การบิน และเครื่องจักรกลขั้นสูง โดยมุ่งเน้นการสร้างความก้าวหน้าในเทคโนโลยีหลักที่สำคัญ
  • การเติบโตในต่างประเทศ: เสริมสร้างการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศ พร้อมเพิ่มศักยภาพในด้านการกลั่นแยกเกลือจากน้ำทะเล ระบบส่งและจ่ายไฟฟ้า และอุปกรณ์พลังงาน

การขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ปี 2569 ผ่านนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

ในปี 2569 Shanghai Electric จะยังคงเดินหน้ายกระดับความสามารถในการแข่งขันหลักอย่างต่อเนื่อง โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นทิศทางเชิงกลยุทธ์หลัก และการพัฒนาเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้เป็นพื้นฐาน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่มูลค่าระดับสูง ขยายขนาดและยกระดับภาคธุรกิจเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์ พร้อมทั้งดำเนินการเชิงรุกอย่างมองการณ์ไกลในภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

https://static.prnasia.com/pro/fec/jwplayer-7.12.1/jwplayer.js jwplayer.key=”3Fznr2BGJZtpwZmA+81lm048ks6+0NjLXyDdsO2YkfE=”

 

jwplayer(‘myplayer1’).setup({file: ‘https://mma.prnasia.com/media2/2959349/2026.mp4’, image: ‘https://mma.prnasia.com/media2/2959349/2026.mp4?p=medium’, autostart:’false’, stretching : ‘uniform’, width: ‘512’, height: ‘288’});

Source link

You May Also Like

DeepL เปิดตัว LLM เจนใหม่ ประสิทธิภาพเหนือคู่แข่งด้านคุณภาพการแปลและความคล่องทางภาษา

โซลูชัน AI ใหม่ด้านภาษายกระดับความเป็นเลิศในการแปลสำหรับองค์กรต่าง ๆ โคโลญ, เยอรมนี, 17 ก.ค. 2567 /PRNewswire/ — DeepL…

ไฮไลต์การประชุม Future Investment Initiative (FII) Institute วันแรก – 29 ตุลาคม 2567

ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ระดับโลกร่วมหาทางออกในประเด็นความท้าทายของมนุษยชาติ ริยาด, ซาอุดีอาระเบีย, 30 ตุลาคม 2567  /PRNewswire/ — การประชุม Future Investment Initiative…

รายงานความยั่งยืนของ FERRERO GROUP ประจำปี 2568 ชูค่านิยมกสิกรรมของ FERRERO ในฐานะตัวขับเคลื่อนความยืดหยุ่นตลอดห่วงโซ่อุปทาน

Ferrero เผยแพร่รายงานความยั่งยืนฉบับที่ 17 โดยวางแนวทาง Ferrero Farming Values ("ค่านิยมกสิกรรมของ Ferrero") ในการจัดหาวัตถุดิบเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ และเน้นย้ำความก้าวหน้าตลอดกรอบความยั่งยืนทั้งสี่ประการ ได้แก่…