สิงคโปร์ 15 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ — SATO ผู้ให้บริการโซลูชันการระบุตัวตนอัตโนมัติและการเก็บรวบรวมข้อมูลระดับโลก ได้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของคลังโลหิตในสิงคโปร์ ผ่านการสนับสนุนการติดตั้งระบบการจัดการคลังโลหิตแห่งอนาคต (Next-Generation Blood Supply Management System หรือ NBSM) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีการระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ (RFID) สุดล้ำสมัย ในปัจจุบัน ระบบดังกล่าวได้เปิดใช้งานแล้วในกลุ่มบริการโลหิตของ Health Sciences Authority (HSA) ตลอดจนห้องปฏิบัติการธนาคารโลหิตของโรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชนทุกแห่ง ซึ่งช่วยให้สามารถสั่งจองโลหิตผ่านระบบออนไลน์และติดตามส่วนประกอบของโลหิตทั้งหมดได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ HSA สามารถมองเห็นภาพรวมของข้อมูลคลังโลหิตระดับชาติได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น


โครงการริเริ่มเชิงกลยุทธ์โดยกลุ่มบริการโลหิตของ HSA นี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมกับยังคงรักษามาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัยและการให้บริการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการนำระบบ NBSM ที่รองรับ RFID มาใช้ ได้แก่:

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานตลอดห่วงโซ่อุปทานของโลหิต ตั้งแต่ HSA ไปจนถึงโรงพยาบาลต่างๆ
  • เพิ่มขีดความสามารถในการมองเห็นระดับปริมาณสำรองโลหิตของประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในสถานการณ์ปกติและในยามฉุกเฉิน
  • ยกระดับความปลอดภัยของโลหิตและผู้ป่วย ผ่านการติดตามและการกักกันคัดแยกส่วนประกอบของโลหิตที่รัดกุมยิ่งขึ้น
  • ปรับกระบวนการทำงานของ HSA ให้คล่องตัว และลดความซับซ้อนในการสั่งจองส่วนประกอบของโลหิตสำหรับโรงพยาบาล เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวม

โครงการ NBSM ได้รับการประมูลโดย CADI Scientific หลังจากการเปิดประมูลสาธารณะของ HSA โดยมี SATO ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่คอยจัดหาป้ายและเครื่องอ่าน PJM RFID เทคโนโลยี RFID ของ SATO ซึ่งเป็นที่ยอมรับในด้านความเร็วในการอ่านค่าและความสามารถอันโดดเด่นในการติดตามของเหลว เช่น ผลิตภัณฑ์ด้านโลหิต ได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญของระบบ NBSM ของ CADI

SATO, HSA และ CADI ได้ผสานความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตน ทั้งในด้านเทคโนโลยี RFID, ซอฟต์แวร์ และการจัดการคลังโลหิต เพื่อส่งมอบความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการรับประกันห่วงโซ่อุปทานเลือดระดับชาติที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับสิงคโปร์

SATO มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าระดับโลกในห่วงโซ่อุปทานเลือด ผ่านการพิมพ์ป้ายฉลากที่มีความแม่นยำสูง การออกและการติดป้ายอัตโนมัติ รวมถึงเทคโนโลยีการติดตามด้วย PJM RFID ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 18000-3 Mode 2 ผ่านความเชี่ยวชาญเชิงลึกในภาคการดูแลสุขภาพและบริการโลหิต

※ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินและเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัทนั้นๆ


เกี่ยวกับ
 SATO
SATO (TOKYO: 6287) ออกแบบและผลิตฮาร์ดแวร์ ป้ายฉลาก และแท็ก พร้อมทั้งพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อบูรณาการร่วมกับผลิตภัณฑ์จากบริษัทภายนอก ในฐานะโซลูชันการระบุตัวตนอัตโนมัติ โซลูชันเหล่านี้ช่วยให้ขั้นตอนการทำงานมีความคล่องตัว ทำให้สามารถบันทึกและแสดงผลข้อมูลเพื่อตอบโจทย์โลกที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งในด้านผลิตภาพ ความปลอดภัย ความอุ่นใจ และความยั่งยืน การมอบตัวตนทางดิจิทัลให้กับสิ่งต่างๆ ทำให้ SATO มีส่วนช่วยให้ธุรกิจในภาคการค้าปลีก การผลิต อาหาร การดูแลสุขภาพ ตลอดจนการขนส่งและโลจิสติกส์สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น SATO ก่อตั้งขึ้นในปี 2483 โดยในปัจจุบันมีการดำเนินงานใน 27 ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 6,000 คน สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 บริษัทมีรายได้ 163,434 ล้านเยน (1.085 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ*)
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SATO ได้ที่ www.sato-global.com
*อ้างอิงตามอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 150.67 เยน

 

Source link

You May Also Like

Hisense เผยวิสัยทัศน์ AI แห่งอนาคต ในงาน CES 2025

ชิงเต่า, จีน, 7 ม.ค. 2568 /PRNewswire/ — Hisense แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำระดับโลก จัดแสดงวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ในงาน CES 2025…

Teka เริ่มต้นศตวรรษใหม่ภายใต้ชายคา Midea Group

การที่ Teka Group เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำรายนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้บริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด และทำให้แบรนด์ของบริษัทฯ เข้าถึงตลาดได้กว้างขวางยิ่งขึ้น การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นการนำจุดเด่นด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และศักยภาพการผลิตของ Midea…

UnionPay จับมือ NITMX ผนึกกำลังเชื่อมโยงระบบการชำระเงิน UnionPay จีน เข้ากับ PromptPay ไทย

กรุงเทพฯ, 11 มีนาคม 2568 /PRNewswire/ — UnionPay International (UPI) ได้ร่วมมือกับบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์…