![]() |
รายงานผลกระทบฉบับล่าสุดของ RSPO เผยพื้นที่อนุรักษ์กว่า 550,000 เฮกตาร์
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 3 ล้านตัน และสร้างรายได้ 7.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่เกษตรกรรายย่อย
กัวลาลัมเปอร์, 4 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — ในปี 2568 ยอดจำหน่ายน้ำมันปาล์มยั่งยืนที่ได้รับการรับรอง มาตรฐาน RSPO (RSPO Certified Sustainable Palm Oil: CSPO) รวม 16.2 ล้านเมตริกตัน คิดเป็น 20% ของน้ำมันปาล์มที่มีอยู่ในตลาดโลก ข้อมูลจากรายงานผลกระทบ RSPO ประจำปี 2569 ชี้ว่า แม้ปริมาณอุปทาน CSPO จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องและยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก โดยปัจจุบันสมาชิกผู้ปลูกปาล์มของ RSPO มีศักยภาพการผลิต CSPO รวมทั้งสิ้น 31.4 ล้านเมตริกตัน
ศักยภาพในการขับเคลื่อนตลาดโลกไปสู่ความยั่งยืนมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งผู้ผลิตที่เป็นสมาชิก RSPO มีผลผลิตรวมคิดเป็นเกือบ 75% ของผลผลิตน้ำมันปาล์มทั้งหมดในภูมิภาค โดยในปี 2567 มีผลผลิตของภูมิภาคที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO แล้ว 29.3% สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการขยายการรับรองได้อีกมาก ขณะที่ทวีปแอฟริกามีอุปทานน้ำมันปาล์มยั่งยืนที่ผ่านการรับรองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 46.23% จากทิศทางการเติบโตดังกล่าวสามารถบ่งชี้ได้ว่า ปริมาณน้ำมันปาล์มยั่งยืน CSPO มีศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้นเกือบ 40% ของปริมาณน้ำมันปาล์มทั่วโลก เพราะสมาชิกยังคงเดินหน้าขอรับการรับรองพื้นที่แปลงปลูกปาล์มน้ำมันตามมาตรฐาน RSPO อย่างต่อเนื่อง
"ด้วยศักยภาพของสมาชิกผู้ปลูกปาล์มของเราที่สามารถผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืนได้เกือบ 40% ของความต้องการทั่วโลก ทำให้เราก้าวข้ามประเด็นคำถามที่ว่าน้ำมันปาล์มยั่งยืน สามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ไปได้ และตอนนี้พวกเรากำลังเร่งขยายการดำเนินงานไปสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำมันปาล์มยั่งยืนสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้และมีคุณค่าอย่างแท้จริง" โจเซฟ ดีครูซ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารของ RSPO กล่าว
จำนวนสมาชิก RSPO ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสมาชิก 6,280 ราย ครอบคลุม 103 ประเทศและ เขตแดนทั่วโลก โดยจีน อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมากที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความ ตระหนักรู้ของตลาดน้ำมันปาล์มยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียและในประเทศที่มีการบริโภคน้ำมันปาล์มในปริมาณสูง
ขยายผลด้านการอนุรักษ์และการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกเหนือจากการขยายตัวของตลาดแล้ว รายงานฉบับนี้ยังเน้นย้ำให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย
สมาชิก RSPO ได้ร่วมกันอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่สำคัญรวม 551,637 เฮกตาร์ ซึ่งข้อมูลผลกระทบในปีนี้ไม่เพียงนับรวมพื้นที่ที่มีคุณค่าอนุรักษ์สูง (HCV) เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงพื้นที่กักเก็บคาร์บอนสูง (HCS) และพื้นที่พรุด้วย เรื่องราวความสำเร็จจากการปฏิบัติงานจริงช่วยให้เห็นภาพรวมของการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่การพบเห็นชนิดพันธุ์สัตว์ป่าตามแนวชายขอบสวนปาล์ม การฟื้นฟูทางน้ำ ไปจนถึงการสร้างระเบียงสัตว์ป่า ตัวอย่างเช่น ในกาลีมันตันตะวันตก (West Kalimantan) ประเทศอินโดนีเซีย บริษัท Bumitama Agri Ltd ได้จัดตั้งโครงการความหลากหลายทางชีวภาพและชุมชน (Biodiversity and Community Project) ซึ่งประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีการออกกฎหมายคุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์กว่า 8,300 เฮกตาร์
สมาชิก RSPO ยังคงพิสูจน์ให้เห็นอย่างต่อเนื่องถึงความมุ่งมั่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่สามารถวัดผล ตรวจสอบ ยืนยัน และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงได้ในหลายรูปแบบ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่พรุ และลดการปล่อยก๊าซมีเทนด้วยการดักจับก๊าซจากน้ำเสียโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม นับตั้งแต่ ปี 2558 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สะสม 2.98 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการนำรถยนต์ออกจากท้องถนนได้ถึง 694,512 คัน
เสริมสร้างศักยภาพให้แก่แรงงานและเกษตรกรรายย่อย
การรับรองมาตรฐาน RSPO ยังคงช่วยยกระดับมาตรฐานด้านสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมีแรงงาน 661,219 คนที่ได้รับการจ้างงานโดยตรงกับสมาชิกที่ได้รับการรับรอง RSPO ภายใต้ระบบที่ออกแบบมาเพื่อคุ้ม ครองสิทธิและเสรีภาพของแรงงาน
ในปี 2568 เกษตรกรรายย่อยอิสระสามารถสร้างรายได้ถึง 7.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการขายเครดิต ซึ่งความสำเร็จในระยะยาวขึ้นอยู่กับการเพิ่มและขยายความต้องการเครดิตทั่วโลก เพื่อรักษามูลค่าของเครดิตให้คงอยู่เและสร้างความมั่นใจว่าเกษตรกรรายย่อยจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากความพยายามในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง ทั้งนี้เกษตรกรรายย่อยยังได้รับการสนับสนุนผ่านสถาบันฝึกอบรมเกษตรกรรายย่อย (Smallholder Training Academy) และกองทุนสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยของ RSPO (RSPO Smallholder Support Fund) ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรรายย่อยไปแล้วถึง 44,796 รายนับตั้งแต่ปี 2556
ยกระดับการรายงานผล
รายงานฉบับใหม่ของ RSPO นี้ มาพร้อมกับการเปิดตัว เว็บไซต์ RSPO Impact ที่มีการปรับปรุงใหม่ โดยในขณะที่รายงานฉบับสิ่งพิมพ์นำเสนอภาพรวมและสรุปความก้าวหน้าในแต่ละปีอย่างกระชับ เว็บไซต์เชิงโต้ตอบ (Interactive) นี้จะเป็นแหล่งข้อมูลที่มีความครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม ด้วยการนำเสนอชุดข้อมูลเชิงลึก แนวโน้มข้อมุลย้อนหลังหลายปี ตัวชี้วัดเพิ่มเติม และข้อมูลสนับสนุนสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกยิ่งขึ้น
RSPO ขอเชิญชวนสมาชิก พันธมิตร สื่อมวลชน และสาธารณชน มาร่วมทำความเข้าใจถึงความก้าวหน้าที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันสู่ความยั่งยืนยิ่งขึ้น
เกี่ยวกับ RSPO
Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) หรือ องค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน คือ ความร่วมมือระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันให้มีความยั่งยืน RSPO ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 ในฐานะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีความหลากหลายของสมาชิกจากทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานน้ำมันปาล์ม ได้แก่ ผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน ผู้แปรรูปและผู้ค้า ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ค้าปลีก ธนาคารและนักลงทุน องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ด้านสิ่งแวดล้อมหรือการอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมถึงองค์กร NGO ด้านสังคมหรือการพัฒนา
ในฐานะพันธมิตรเพื่อความก้าวหน้าและผลกระทบเชิงบวก RSPO สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระดับโลกเพื่อทำให้ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มมีการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เราสื่อสารถึงประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลง สร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้า และกำหนดมาตรฐานการรับรองเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
RSPO จดทะเบียนเป็นสมาคมระหว่างประเทศในซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย พร้อมด้วยสำนักงานในประเทศจีน โคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
