ซานฟรานซิสโก, 6 พฤศจิกายน 2569 /PRNewswire/ — Redis ประกาศเปิดตัวบทใหม่ของ Redis Iris ซึ่งเป็นเอนจินบริบทแบบเรียลไทม์สำหรับเอเจนต์ AI (AI Agent) โดย Redis Iris มาพร้อมขีดความสามารถที่ปรับแต่งได้ 6 ประการ ซึ่งสามารถทำงานร่วมกันหรือแยกใช้งานได้ตามต้องการ เพื่อมอบหน่วยความจำ บริบท และระบบส่งข้อความที่เอเจนต์จำเป็นต้องใช้ในการทำงานจริงอย่างมีเสถียรภาพ ได้แก่ Redis Intent Router, Redis Agent Playbooks, Redis Agent Memory, Redis Context Gateway, Redis Lens และ Redis Agent Mesh

ปัจจุบันโมเดล AI และโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อมเพียงพอสำหรับการใช้งานในระดับองค์กรแล้ว แต่มีทีมงานเพียงไม่กี่ทีมที่สามารถนำเอเจนต์ไปใช้งานจริงได้อย่างประสบความสำเร็จและสม่ำเสมอ โดยทั่วไป เอเจนต์มักขาดบริบทที่เหมาะสมในเวลาที่ต้องการ หรือไม่สามารถจดจำข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แม้เอเจนต์บางระบบจะสร้างคุณค่าได้ แต่ก็มักทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ข้อมูลในพรอมต์คำสั่งมากเกินไป การเรียกใช้ LLM ซ้ำซ้อน และการเชื่อมต่อระบบที่พัฒนาขึ้นเฉพาะซึ่งมีความเปราะบาง ล้วนสิ้นเปลืองทั้งโทเคนและเวลาเกินกว่ามูลค่าที่ได้รับกลับมา

"เอเจนต์ต้องการรากฐานแบบเดียวกับแอปพลิเคชันและไมโครเซอร์วิส ได้แก่ ข้อมูลแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ สถานะขณะทำงาน และการสื่อสารระหว่างบริการ" Rowan Trollope ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Redis กล่าว "นอกจากนี้ ยังต้องการขีดความสามารถใหม่ ๆ เช่น หน่วยความจำ การจัดการบริบท และการกำหนดเส้นทาง Redis ทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลสำหรับการประมวลผลขณะทำงานชั้นนำ ซึ่งอยู่ในเส้นทางการประมวลผลหลักของแอปพลิเคชันอยู่แล้ว นักพัฒนาไม่ควรต้องใช้ผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานถึงห้ารายการเพื่อทำให้เอเจนต์ทำงานได้ Iris จึงรวบรวมองค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้ไว้ในที่เดียว เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้างเอเจนต์ที่พร้อมใช้งานจริงได้"

ขีดความสามารถ 6 ประการ บนระบบประมวลผลขณะทำงานเดียวกัน

Iris มอบขีดความสามารถด้านบริบท หน่วยความจำ และระบบส่งข้อความที่พร้อมใช้งานจริงตั้งแต่วันแรก พร้อมเปิดโอกาสให้ทีมงานปรับแต่งแต่ละส่วนให้เหมาะกับเอเจนต์ของตน โดยการเปิดตัวครั้งนี้ประกอบด้วย

  • Intent Router (GA – เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว) ทำหน้าที่จับความหมายของคำขอแทนการพิจารณาจากถ้อยคำที่ใช้ และส่งคำขอไปยังปลายทางที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่พบบ่อยซึ่งบันทึกไว้ ทักษะของเอเจนต์ บุคคล หรือ LLM นอกจากนี้ ยังรองรับการกำหนดเส้นทางให้เอเจนต์และโมเดล การกำหนดมาตรการควบคุม และเงื่อนไข if แบบยืดหยุ่น ("fuzzy" if-statement) ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงค่าจริงหรือเท็จเท่านั้น
  • Agent Playbooks (GA) ช่วยให้ทีมงานกำหนดได้ว่าคำตอบใดมีความคงที่และควรนำกลับมาใช้ซ้ำ และคำตอบใดจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลปัจจุบันพร้อมเรียกใช้ขั้นตอนการทำงานที่กำหนดไว้ใหม่ Playbooks จะมีรายละเอียดครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้นเมื่อผ่านการใช้งานซ้ำ ช่วยลดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาและค่าใช้จ่ายด้านโทเคน
  • Agent Memory (GA) สร้างหน่วยความจำจากการกระทำของผู้ใช้ ตลอดจนเอกสารและข้อมูลกึ่งมีโครงสร้างประเภทอื่น ๆ ผ่าน MemoryETL พร้อมจัดระเบียบข้อมูลเป็นลำดับชั้นเพื่อให้ควบคุมได้อย่างละเอียดมากขึ้น อีกทั้งยังรองรับการตรวจสอบข้อมูล การตรวจสอบย้อนหลัง และการติดตามแหล่งที่มาของข้อมูล นอกจากนี้ ยังสามารถลืมข้อมูลที่ไม่ควรเก็บรักษาไว้ เช่น ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้
  • Context Gateway (GA) มอบจุดเชื่อมต่อเพียงจุดเดียวภายใต้การกำกับดูแล เพื่อให้เอเจนต์เข้าถึงแหล่งข้อมูลบริบทต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อไว้ ทีมงานสามารถนำ MCP Server ของตนเองมาใช้งานได้ พร้อมแคชข้อมูลว่าเครื่องมือใดสามารถแก้ไขปัญหาแต่ละประเภทได้ เพื่อลดการใช้โทเคน และสร้างผลลัพธ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้เพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอระหว่างเซสชัน
  • Lens (เบตา) ช่วยให้สามารถติดตามตรวจสอบพฤติกรรมของเอเจนต์ได้ โดยสามารถสืบย้อนผลลัพธ์แต่ละรายการไปยังทักษะ เส้นทางการทำงาน หรือคำถามที่พบบ่อยที่ใช้ในการสร้างผลลัพธ์นั้น รวมถึงหน่วยความจำที่เอเจนต์เรียนรู้มาและเซสชันต้นทาง จึงมีหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ พร้อมทั้งช่วยให้มองเห็นข้อมูลความสำเร็จของงาน จำนวนโทเคนที่ใช้ต่อภารกิจ และเวลาแฝงในการประมวลผล
  • Agent Mesh (เบตา) ช่วยให้เอเจนต์สื่อสารกันผ่านสตรีมข้อมูลชั่วคราว พร้อมพักข้อมูลไว้และเชื่อมต่อใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อการเชื่อมต่อขาดหาย Durable SSE Streams ช่วยให้การส่งคำตอบดำเนินต่อไปได้แม้เกิดการหยุดชะงัก ขณะที่ A2A Comms มอบช่องทางที่เชื่อถือได้สำหรับการมอบหมายงานและส่งต่องานระหว่างเอเจนต์

 

เมื่อทำงานร่วมกัน ขีดความสามารถเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเอเจนต์จะจดจำสิ่งที่ควรจดจำ ตอบสนองได้อย่างเหมาะสม และสามารถตรวจสอบการดำเนินการทุกขั้นตอนได้อย่างโปร่งใส พร้อมสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้นโดยใช้โทเคนน้อยลง เนื่องจาก Iris ทำงานบนเทคโนโลยี Redis ที่ทีมงานคุ้นเคยอยู่แล้ว องค์กรจึงสามารถลดภาระงานด้านการพัฒนาการเชื่อมต่อระบบแบบเฉพาะ ซึ่งโดยทั่วไปจำเป็นต้องใช้เพื่อเชื่อมโยงระบบค้นคืนข้อมูล หน่วยความจำ การกำหนดเส้นทาง และระบบส่งข้อความเข้าด้วยกัน

ออกแบบมาเพื่อรับมือกับความซับซ้อนของโลกแห่งความเป็นจริง

เอเจนต์ที่พร้อมใช้งานจริงต้องรองรับข้อมูลป้อนเข้าจากมนุษย์ที่คาดเดาไม่ได้ การทำงานผ่านหลายช่องทาง และการส่งต่องานระหว่างเอเจนต์ ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นจุดที่อาจก่อให้เกิดความล้มเหลวได้ Iris จึงพัฒนาขึ้นบนหลักการ 4 ประการ ได้แก่ บริบทควรสามารถนำทางและเข้าถึงได้ แทนที่จะถูกแยกเก็บไว้เป็นส่วน ๆ หน่วยความจำควรปรับเปลี่ยนได้และเลือกจดจำเฉพาะสิ่งที่จำเป็น บริบทควรได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อควบคุมต้นทุน และบริบทควรต่อยอดสะสมคุณค่าได้เมื่อเอเจนต์เรียนรู้จากปฏิสัมพันธ์ที่ผ่านมา

นับตั้งแต่ Redis Iris เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2569 ลูกค้าได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานจริงแล้ว

"ข้อมูลทั้งหมดใน Paradigm ถูกจัดเก็บไว้ใน Redis ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งชั้นหน่วยความจำและชั้นการประสานงานที่ช่วยให้เอเจนต์ของเราทำงานแบบเรียลไทม์ได้ในระดับที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำได้" June Lee ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Paradigm กล่าว

ความพร้อมใช้งานและแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

Redis Iris พร้อมให้บริการแล้วในวันนี้ โดย Intent Router, Agent Playbooks, Agent Memory และ Context Gateway เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว (GA) ส่วน Lens และ Agent Mesh ยังอยู่ในช่วงเบตา ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ redis.io/iris

Redis จะจัดงานนำเสนอภาพรวมของการเปิดตัวครั้งนี้เป็นครั้งแรกแบบสด โดยมีทีมวิศวกรผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาร่วมให้ข้อมูล ในวันที่ 12 พฤศจิกายน (ภูมิภาคอเมริกา) และวันที่ 17 พฤศจิกายน (ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา หรือ EMEA) ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ redis.io/resources/videos/redis-iris-full-spectrum

เกี่ยวกับ Redis

Redis เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลที่เร็วที่สุดในโลก นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในฐานะซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในปี 2554 จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในด้านโซลูชันแคช Redis ได้ช่วยให้ลูกค้ามากกว่า 10,000 รายสร้าง ขยายขนาด และนำแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนโลกของเราไปใช้งาน ด้วยฐานข้อมูลทั้งบนคลาวด์และแบบติดตั้งภายในองค์กร สำหรับงานแคช, generative AI และอื่น ๆ Redis ช่วยให้ธุรกิจดิจิทัลยกระดับมาตรฐานความเร็วของแอปพลิเคชัน

Redis มีสำนักงานในซานฟรานซิสโก ออสติน ลอนดอน เทลอาวีฟ และสิงคโปร์ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ redis.io

Source link

You May Also Like

Reconova เดบิวต์ที่ PTE Asia 2026 เร่งเครื่องขยายตลาดการบินอัจฉริยะสู่ระดับโลกด้วย Embodied Intelligence

สิงคโปร์, 24 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ — ระหว่างวันที่ 23 ถึง 24 กันยายน Reconova…

โรงงานบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ Oji Liquid Pak มูลค่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้สะท้อนถึงการขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Oji Group

ด่งนาย เวียดนาม 12 ต.ค. 2569 /PRNewswire/ — เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา OJI Group ได้จัดพิธีเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษปลอดเชื้อ มูลค่า…

DXC ขับเคลื่อนยุคใหม่แห่งการทำงานด้วย DXC Workplace Services

DXC Workplace Services ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและประสบการณ์ของพนักงานโดยไม่ต้องเพิ่มเครื่องมือใหม่ ๆ หรือความซับซ้อนในการดำเนินงาน บริการดังกล่าวผสานความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ DXC เข้ากับความสามารถของ AI…