![]() |
คอลเลกชันส่วนตัวของ สมโพธิ แสงเดือนฉาย (Sompote Sands) นักสร้างภาพยนตร์ไซไฟผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ซึ่งบอกเล่าประวัติศาสตร์ของ Ultraman เตรียมเปิดประมูลเป็นครั้งแรก เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีของแฟรนไชส์ผู้บุกเบิกวงการ
พบกับของสะสมหายากจาก Ultraman ไม่ว่าจะเป็นโมเดลบินขนาดเล็กที่ใช้ในการโปรโมตภาพยนตร์ รูปปั้นต้นแบบ หน้ากาก ชุดที่ใช้ในการถ่ายทำ ฟิกเกอร์ และภาพวาดสามมิติของ Ultraman, Pigmon และ Alien Baltan ฝีมือ Tohl Narita นักออกแบบชื่อดัง รวมถึงงานศิลป์โปสเตอร์ต้นฉบับที่วาดด้วยมือ และผลงานอีกมากมายจากภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Hanuman and the Five Kamen Riders, Hanuman and the Seven Ultramen, Jumborg Ace & Giant และอื่น ๆ
มาพร้อมคลังสมบัติจากยุคทองและยุคโชวะของวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น อาทิ บทภาพยนตร์ของสมโพธิและกล้อง Petri 7 ขนาด 35 มม. ที่ใช้ในกองถ่ายภาพยนตร์คลาสสิกปี 2505 เรื่อง King Kong vs. Godzilla ฟิกเกอร์และของสะสมไคจูวินเทจจากยุค 1970 ของ Bullmark, Bandai, Popy และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย ตลอดจนคอลเลกชันโปสเตอร์ภาพยนตร์ ครอบคลุมโปสเตอร์ภาพยนตร์ญี่ปุ่นวาดมือในช่วงปี 2505/06 พร้อมลายเซ็นของ Akira Kurosawa, Ishiro Honda, Eiji Tsuburaya และผู้กำกับระดับตำนานอีกหลายท่าน
งานประมูลสดและออนไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 ณ นครลอสแอนเจลิส
ลอสแอนเจลิส, 27 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — Julien’s Auctions บริษัทประมูลด้านความบันเทิงชั้นนำระดับนานาชาติ ประกาศจัดงานประมูลไซไฟแห่งฤดูกาล "KAIJU KING: THE SOMPOTE SANDS LEGACY COLLECTION" ซึ่งเป็นงานประมูลสดสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 23 กันยายน 2569 ณ นครลอสแอนเจลิส และทางออนไลน์ที่ juliensauctions.com
Kaiju King : The Sompote Sands Legacy Auction
คอลเลกชันอันโดดเด่นซึ่งประกอบด้วยวัตถุและของที่ระลึกจากภาพยนตร์ต้นฉบับกว่า 300 ชิ้น จากกองมรดกของ สมโพธิ แสงเดือนฉาย ผู้สร้างภาพยนตร์ระดับตำนานและผู้บุกเบิกด้านโทคุซัทสึ (เทคนิคพิเศษ) จะถูกนำออกประมูลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยนำเสนอผลงานของเขาในจักรวาล Ultraman (ภาพด้านขวา: รูปปั้น Ultraman Jack) และมอบโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตให้แฟน ๆ และนักสะสมได้ครอบครองส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์วัฒนธรรมป๊อประดับโลก คอลเลกชันนี้ถูกรวบรวมขึ้นตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษโดยผู้ก่อตั้ง Chaiyo Productions และเคยจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว "Sompote House" ในประเทศไทย ประกอบด้วยชุดที่ใช้ในการถ่ายทำ โมเดลสัตว์ประหลาด อุปกรณ์ประกอบฉาก บทภาพยนตร์ ฟิกเกอร์ฮีโร่วินเทจ ของเล่น งานศิลปะต้นฉบับ และของสะสมจากเบื้องหลังการถ่ายทำ รวมถึงสิ่งของจากช่วงเริ่มต้นอาชีพและช่วงฝึกงานด้านภาพยนตร์ในญี่ปุ่นอย่าง King Kong vs. Godzilla ปี 2505 โดยมีตั้งแต่บทภาพยนตร์ที่ใช้ในการผลิต (ภาพด้านซ้าย: บทในมือของสมโพธิ) ภาพถ่าย อุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ ไปจนถึงโปสเตอร์และของสะสมอื่น ๆ อีกมากมาย
สมโพธิ แสงเดือนฉาย เป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ และผู้บุกเบิกด้านเทคนิคพิเศษของไทยในช่วงทศวรรษ 1970-1980 ได้รับการยกย่องจากการนำฮีโร่ยักษ์และสิ่งมีชีวิตจากตำนานมาสู่จอภาพยนตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขากำกับภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Hanuman vs. 7 Ultraman, Hanuman and the 5 Kamen Riders และภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่/ไคจูเรื่อง Jumborg Ace & Giant (ภาพด้านขวา: โปสเตอร์ต้นฉบับของ Jumborg Ace & Giant) รวมถึงผลงานอีกมากมาย โดยถ่ายทอดความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นด้านเทคนิคพิเศษแบบใช้จริงและการสร้างฉากจำลองสู่ผู้ชมในประเทศไทยบ้านเกิดของเขา
การประมูลครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่คลังเอกสารและวัตถุจากการผลิตภาพยนตร์ส่วนตัวของสมโพธิ แสงเดือนฉายจากบริษัท Chaiyo Productions ซึ่งสะท้อนผลงานและยุคสมัยที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมของเขา จะเปิดให้สาธารณชนได้เข้าถึง งานประมูลนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของ Ultraman ที่จัดขึ้นทั่วโลก นับตั้งแต่ Ultraman ออกฉายครั้งแรกในปี 2509 (ภาพด้านซ้าย: รูปปั้นในรูปแบบตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติของ Ultraman Ace จากงานฉายรอบปฐมทัศน์ของ Hanuman and the Seven Ultramen) แฟรนไชส์สำคัญของวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นนี้ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับนานาชาติ สร้างอุตสาหกรรมสินค้าลิขสิทธิ์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และมีภาคต่อ ผลงานแยก และผลงานทรีบิวต์มากมายทั่วโลก อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อวงการอนิเมะ มังงะ และภาพยนตร์ไซไฟยุคใหม่ โดยเฉพาะภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Power Rangers, Pacific Rim และ Ready Player One รวมถึงผลงานเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย (ภาพด้านขวา: ภาพถ่ายของสมโพธิในวัยหนุ่มขณะอยู่ในกองถ่ายภาพยนตร์ King Kong and Godzilla ในปี 2505 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดภาพถ่ายเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ที่นำออกประมูล)
"สมโพธิ แสงเดือนฉาย คือ Steven Spielberg แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาเป็นผู้บุกเบิกการสร้างภาพยนตร์ไซไฟ ซึ่งผสมผสานการเล่าเรื่องจากคติชนไทยเข้ากับมนตร์เสน่ห์ของเทคนิคพิเศษแบบดั้งเดิม จนสร้างความมหัศจรรย์ทางภาพยนตร์ให้แก่ผู้ชม" Catherine Williamson กรรมการผู้จัดการฝ่ายความบันเทิงของ Julien’s Auctions กล่าว "การประมูลวัตถุจากอาชีพการสร้างภาพยนตร์ของเขาครั้งพิเศษนี้ โดยเฉพาะผลงานที่มีส่วนสำคัญต่อแฟรนไชส์ Ultraman ไม่เพียงจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ และนักสะสมของไอคอนทางวัฒนธรรมระดับโลกเท่านั้น แต่ยังจะช่วยกระตุ้นตลาดของเล่นและของสะสมทั่วโลกที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยคอลเลกชันของสมโพธิที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ประกอบฉากหายากจากภาพยนตร์ แอ็กชันฟิกเกอร์ และของที่ระลึกจากภาพยนตร์ ซึ่งสะท้อนยุคทองของการสร้างภาพยนตร์ไซไฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกิดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรม โดยทั้งหมดจะถูกนำออกประมูลเป็นครั้งแรก"
ไฮไลต์ของการประมูล
ชุด หน้ากาก อุปกรณ์ประกอบฉาก โมเดลขนาดย่อม และรูปปั้นต้นฉบับ
- หน้ากาก Ultraseven สำหรับการถ่ายทำจากเรื่อง Hanuman and the Seven Ultramen ผลิตจากไฟเบอร์กลาส พร้อมระบบสายไฟภายในสำหรับทำให้ดวงตาและอัญมณีส่องสว่าง ในภาพยนตร์ Ultraseven เป็นหนึ่งในอุลตร้าทั้งหกที่ Mother of Ultra ส่งจาก M78 มายังโลก เพื่อร่วมมือกับหนุมานในการต่อสู้กับกองทัพไคจูที่ผุดขึ้นมาจากใต้พื้นโลก (ประมาณการราคา: 5,000–7,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- โมเดล Ultraman ขนาดย่อมต้นฉบับที่ใช้สำหรับประชาสัมพันธ์ Hanuman and the Seven Ultramen ที่ภายหลังถูกนำมาทาสีด้วยมือเพื่อจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ส่วนตัว Sompote Sands โดยโมเดลในรูปแบบเดียวกันนี้ปรากฏในภาพยนตร์ขณะที่เหล่า Ultra Brothers บินมายังโลกเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ และในฉากที่พวกเขาเดินทางกลับไปยังดาวบ้านเกิดหลังได้รับชัยชนะ (ประมาณการราคา: 1,000–2,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- ส่วนลำตัวของชุด Jumborg Ace สำหรับการถ่ายทำต้นฉบับที่สวมใส่ใน Jumborg Ace & Giant ประกอบด้วยชุดดำน้ำที่ทำจาก Neoprene ซึ่งตัดเย็บขึ้นเป็นพิเศษ และหมวกกันน็อกที่ทำจากไฟเบอร์กลาส/เรซิน (ประมาณการราคา: 2,000–3,000 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยในภาพยนตร์ Jumborg Ace ซึ่งรับบทโดย Naoki Tachibana ถูกส่งออกไปต่อสู้กับเหล่าลูกสมุนไคจูของ Demon Go-Ne ซึ่งเดินทางมายังโลกเพื่อขโมยพลังงานไปใช้กับเลนส์สุริยะของ Demon Go-Ne บนดวงจันทร์
- หน้ากากปูนปลาสเตอร์ Jumborg Ace ซึ่งอาจสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นต้นแบบสำหรับฉากสุสานที่ Demon Go-Ne สาบานว่าจะล้างแค้น Jumborg Ace หลังจากเขาสังหารเหล่าไคจูที่เป็นพวกเดียวกับเธอใน Jumborg Ace & Giant (ประมาณการราคา: 300–500 ดอลลาร์สหรัฐ)
- รูปปั้น Ultraman Jack ขนาดใหญ่ในรูปแบบตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจากงานฉายรอบปฐมทัศน์ของ Hanuman and the Seven Ultramen ในปี 2517 ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงที่กรุงเทพฯ (ประมาณการราคา: 2,000–3,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- โมเดลเครื่องบินขับไล่ "Fighting Star" จากการถ่ายทำ Jumborg Ace & Giant ซึ่งปรากฏตลอดทั้งเรื่องในฉากการต่อสู้กับเหล่าไคจู เครื่องบินลำนี้ขับโดยสมาชิก PAT (Protective Attacking Team) เพื่อช่วยเหล่าฮีโร่ร่างยักษ์อย่าง Jumborg Ace, the Giant และ Yak Wat Pho ต่อสู้กับเหล่าวายร้ายต่าง ๆ ที่คุกคามโลก (ประมาณการราคา: 2,000–3,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- ดาบประกอบฉากต้นฉบับทำจากวัสดุผสมเรซิน/ไฟเบอร์กลาสแกะสลัก พร้อมรายละเอียดที่ทาสีด้วยมือ ซึ่งใช้โดย Jum Killer, Jr. ไคจูฝ่ายร้ายใน Jumborg Ace & Giant (ประมาณการราคา: 700–900 ดอลลาร์สหรัฐ)
- ดวงตาจระเข้สำหรับเทคนิคพิเศษ (SFX Eye) พร้อมชิ้นส่วนดวงตาจระเข้แบบจำลอง ซึ่งใช้สำหรับถ่ายทำภาพระยะใกล้ในผลงานภาพยนตร์เกี่ยวกับจระเข้หลายเรื่องของสมโพธิ แสงเดือนฉาย ได้แก่ Crocodile (2523), Chalawan (2515), Krai Thong (2523), Crocodile Therakwad (2525) และ Krai Thong 2 (2528) ดวงตา SFX นี้ประกอบด้วยโครงโลหะและมีกลไกไฮดรอลิกภายในสำหรับเปิดและปิดเปลือกตา (ประมาณการราคา: 500–700 ดอลลาร์สหรัฐ)
งานศิลปะต้นฉบับโดย Tohl Narita นักออกแบบตัวละคร Ultraman ระดับตำนาน
- ภาพวาดสามมิติ Ultraman ต้นฉบับ พร้อมลายเซ็นของ Narita ซึ่งได้มาจากศิลปินโดยตรง (ประมาณการราคา: 10,000–20,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- ภาพวาดสามมิติ Pigmon ต้นฉบับพร้อมลายเซ็นของ Narita และลงวันที่ในเดือนพฤษภาคม 2533 พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือ (ประมาณการราคา: 5,000–7,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- ภาพวาด Alien Baltan แบบสามมิติต้นฉบับจากช่วงปลายอาชีพของ Narita ถ่ายทอดภาพไคจูที่ลอยอยู่ในอวกาศเหนือโลก (ประมาณการราคา: 5,000–7,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- รูปปั้นต้นแบบสำหรับการออกแบบ Ultraseven ทำจากเรซินตันโดย Narita เพื่อใช้เป็นแนวคิดเบื้องต้นสำหรับซีรีส์โทรทัศน์ในปี 2510 (ประมาณการราคา: 5,000–7,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
งานศิลป์โปสเตอร์ต้นฉบับ
- งานศิลป์โปสเตอร์วาดมือต้นฉบับสำหรับ Hanuman and the Five Kamen Riders ใช้ในการจัดทำโปสเตอร์ภาพยนตร์แบบแผ่นเดียวฉบับไทย (ประมาณการราคา: 800–1,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- งานศิลป์โปสเตอร์วาดมือต้นฉบับสำหรับJumborg Ace & Giant พร้อมลายเซ็นของศิลปินเป็นภาษาไทย (ประมาณการราคา: 800–1,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
บทภาพยนตร์และสมบัติเบื้องหลัง
- บทภาพยนตร์ฉบับผลิตภาษาญี่ปุ่นส่วนตัวของสมโพธิ แสงเดือนฉายสำหรับภาพยนตร์ King Kong vs. Godzilla ปี 2505 หลังเขาเคยทำงานเป็นผู้ช่วยฝ่ายการผลิต โดยมีการเขียนบันทึกกำกับด้วยลายมือของเขาเอง พร้อมภาพถ่ายจากกองถ่ายในกรอบ (ประมาณการราคา: 2,000–3,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- โปสเตอร์วาดมือพร้อมลายเซ็นเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งรวบรวมรายชื่อภาพยนตร์ญี่ปุ่นในปี 2505/06 พร้อมลายเซ็นของ Akira Kurosawa, Ishiro Honda, Eiji Tsuburaya และผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนานอีกหลายคน (ประมาณการราคา: 2,000–3,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
- กล้องฟิล์ม 35 มม. Petri 7 "Green-O-Matic" ส่วนตัวของสมโพธิ แสงเดือนฉาย ซึ่งสามารถยืนยันได้จากภาพถ่ายว่าเป็นกล้องที่เขาใช้ในช่วงที่อยู่ในกองถ่าย King Kong vs. Godzilla (ประมาณการราคา: 300–500 ดอลลาร์สหรัฐ)
ฟิกเกอร์และของสะสมไคจูวินเทจ
- ฟิกเกอร์ sofubi รุ่นหายากและวินเทจจำนวน 100 ล็อต ซึ่งเป็นตัวละครไคจูและเหล่าฮีโร่จากแฟรนไชส์ต่าง ๆ เช่น Ultraman และ Godzilla รวมถึงฟิกเกอร์จาก Banpresto และ Bandai ที่ผลิตในช่วงปี 2526–2543 และอื่น ๆ อีกมากมาย (ประมาณการราคาต่อล็อต: 400–600 ดอลลาร์สหรัฐ)
คลังโปสเตอร์ภาพยนตร์
- คอลเลกชันโปสเตอร์ภาพยนตร์บนเส้นทางอาชีพของสมโพธิ แสงเดือนฉาย อาทิ Tah Tien (พร้อมลายเซ็น), Jumborg Ace & Giant, Crocodile (ฉบับไม่เซ็นเซอร์), Magic Lizard และอีกมากมาย (รวมโปสเตอร์ทั้งหมด 16 ชิ้น) (ประมาณการราคา: 300–500 ดอลลาร์สหรัฐ)
งานประมูลสดและออนไลน์
"KAIJU KING: THE SOMPOTE SANDS LEGACY COLLECTION"
วันพุธที่ 23 กันยายน 2569
Julien’s Studios, 13007 S. Western Avenue, Gardena, CA 90249
เวลา 10.00 น. ตามเวลาแปซิฟิก
การเสนอราคา
การประมูลสดสามารถเข้าร่วมได้ 4 วิธี:
ประมูลออนไลน์ผ่าน Julien’s Auctions
ประมูลทางโทรศัพท์ผ่านตัวแทนของบริษัทประมูล
ประมูลด้วยตนเองภายในห้องประมูล
เสนอราคาล่วงหน้าผ่านการประมูลแบบ absentee bid โดยสามารถขอแบบฟอร์มได้ที่หมายเลข 310-836-1818
Julien’s Auctions รับชำระเงินด้วยสกุลเงินคริปโตได้แก่ Bitcoin, Bitcoin Cash, DAI, Ethereum, Litecoin, Dogecoin และ USD Coin
Julien’s Auctions
เพื่อช่วงเวลาที่มีความหมาย
คุณรู้จักช่วงเวลานั้นไหม เมื่อไฟในสถานที่จัดงานเริ่มหรี่ลงก่อนวงดนตรีวงโปรดของคุณจะเริ่มเล่น หรือความรู้สึกในช่วงก่อนเครดิตขึ้นหลังจากที่คุณได้ชมภาพยนตร์ที่เปลี่ยนโลกของคุณไปในพริบตา บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวัง และไม่มีคำพูดใดอธิบายได้อย่างแท้จริง เพราะคุณเพียงแค่ต้องอยู่ตรงนั้นด้วยตัวเอง
Julien’s ต้องการพาช่วงเวลาเหล่านั้นกลับคืนมาสู่ชีวิตของคุณ ผ่านวัตถุอันเป็นสัญลักษณ์และคอลเลกชันที่มีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะร่วมงานโดยตรงกับศิลปิน เป็นพันธมิตรกับกองมรดกของบุคคลระดับตำนาน หรือทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักสะสมผู้เปี่ยมด้วยรสนิยม การประมูลของเราทำให้วัฒนธรรมป๊อปมีชีวิตขึ้นมาด้วยคำมั่นสัญญาแห่งการค้นพบและการหวนคืนสู่ความทรงจำ ตั้งแต่ Elvis Presley, Marilyn Monroe และ Ringo Starr ไปจนถึง Lady Gaga, Banksy และ Kurt Cobain จากลอสแอนเจลิสสู่ทั่วโลก เราคือสถานที่ที่ผลงานต้นฉบับได้พบกับผู้ที่เข้าใจคุณค่าของมัน
ติดต่อสื่อมวลชน
Julien’s Auctions
Mozell Miley-Bailey
(646) 653-3105
mozell@homagepr.com






