ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 15 ธ.ค. 2568 /PRNewswire/ — DIFC ศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำระดับโลกในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนกองทุนเฮดจ์ฟันด์แห่งที่ 100 ซึ่งตอกย้ำถึงความโดดเด่นในภาคส่วนนี้ และความสำเร็จในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับท็อป 5 ของโลกในอุตสาหกรรมดังกล่าว

DIFC exceeds 100th hedge fund
DIFC exceeds 100th hedge fund

จำนวนผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จาก 50 รายเมื่อช่วงต้นปี 2567 โดยในจำนวนนี้ มีถึง 81 รายที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ระดับพันล้านดอลลาร์

ตลอดปี 2568 มีบริษัทที่เข้ามาจัดตั้งกิจการใหม่ ได้แก่ Baron Capital Management, BlueCrest Capital, Naya Capital Management, Nine Masts Capital, North Rock Capital, Oak Hill Advisors, Pearl Diver Capital, Select Equity Group, Strategic Investment Group, Silver Point Capital, Squarepoint Capital และ Welwing Capital Group

บริษัทเหล่านี้ได้มาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันกับบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีจำนวนมากที่สุดในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น Balyasny, BlackRock, Blue Owl, Brevan Howard, Dymon Asia, Exodus Point, Hudson Bay, Millennium, Qube Research and Technologies (QRT) และ Verition

บรรดาผู้จัดการกองทุนยังคงหลั่งไหลเข้ามายัง DIFC อย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตที่เป็นสถิติ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้สามารถทำการซื้อขายในตลาดเอเชีย ยุโรป และอเมริกา เข้าถึงแหล่งรวมบุคลากรที่มีศักยภาพสูงที่สุดในภูมิภาค และระดมเงินทุนจากกลุ่มบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูงเป็นพิเศษ สำนักงานครอบครัว และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติได้จากที่แห่งนี้

ฯพณฯ Arif Amiri ซีอีโอของ DIFC Authority กล่าวว่า "การก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางชั้นนำสำหรับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สะท้อนให้เห็นความสมบูรณ์ของแพลตฟอร์ม DIFC ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้ โดยความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญกับลูกค้าและสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมนั้น ถือเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของเรา ชุมชนการลงทุนทางเลือกที่มีความกว้างขวางและลึกซึ้งของเรา ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนของเราในการเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งเดียวที่ดำเนินงานในทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเปิดโอกาสให้ DIFC และลูกค้าของเราสร้างอิทธิพลในแวดวงการเงินได้ทั่วโลกจากดูไบ"

หนึ่งในตัวอย่างนวัตกรรมเด่นของ DIFC อยู่ที่การพัฒนา DIFC Funds Centre ซึ่งเป็น Co-Working Space ด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์แห่งแรก โดยเป็นแหล่งรวมบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม พร้อมด้วยบริษัทขนาดกลาง บริษัทที่แยกตัวออกมา และสตาร์ตอัปต่าง ๆ ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ใน DIFC กว่า 85% มีความสามารถในการระดมทุนและบริหารจัดการเงินทุนส่วนบุคคลและเงินทุนจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติได้จากศูนย์แห่งนี้

รายงานล่าสุดของ DIFC ว่าด้วยเรื่องอนาคตของการลงทุนทางเลือกนั้นได้ชี้ให้เห็นว่า นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การปฏิรูปกฎระเบียบ และการเปิดให้นักลงทุนเข้าถึงได้มากขึ้น กำลังเร่งให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่การลงทุนทางเลือก ซึ่งปัจจุบันกำลังกลายเป็นองค์ประกอบหลักของพอร์ตโฟลิโอที่มีการกระจายความเสี่ยง

ทั้งนี้ ภาคส่วนการบริหารความมั่งคั่งและสินทรัพย์ของ DIFC ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีจำนวนบริษัทเกิน 470 แห่ง โดยผู้จัดการกองทุนได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงแหล่งรวมความมั่งคั่งส่วนบุคคลที่มีความหนาแน่นสูงสุดในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงกิจการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวกว่า 1,250 แห่งที่เข้ามาตั้งอยู่ในศูนย์แห่งนี้

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/2845385/DIFC.jpg

Source link

You May Also Like

AI เชื่อมโยงกับการเติบโตของผลผลิตที่เพิ่มขึ้นสี่เท่า และส่วนต่างค่าจ้าง 56% ในขณะที่ตำแหน่งงานในบทบาทที่สามารถเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติได้ง่ายที่สุดมีจำนวนเพิ่มขึ้น: PwC 2025 Global AI Jobs Barometer

คนงานมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น: คนงานที่มีทักษะด้าน AI มีส่วนต่างค่าจ้างเพิ่มขึ้น 56% ในปี 2567 โดยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 25% ในปีก่อนหน้า ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าตำแหน่งงานที่เปิดรับ AI…

CGTN: เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณคึกคัก โดยมีนวัตกรรมเฟื่องฟู ตลาดเติบโตแข็งแกร่ง

ปักกิ่ง, 26 ก.พ. 2567 /พีอาร์นิวส์ไวร์/ — มณฑลต่าง ๆ ของจีนได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2567 ไว้ตั้งแต่ 4.5…

Hisense เผยกลยุทธ์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อปูทางสู่อนาคตแห่งการใช้ชีวิตอัจฉริยะในยุคต่อไป

ชิงเต่า ประเทศจีน, 21 กรกฎาคม 2026 /PRNewswire/ — Hisense แบรนด์ชั้นนำระดับโลกด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ได้เผยโฉมกลยุทธ์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI แบบครบวงจร…