"Dialogue Between a Thinker and AI" (บทสนทนาระหว่างนักคิดกับ AI): ความคิดของมนุษย์ ปากกาที่มอบหมายให้ผู้อื่นเขียนแทน และหนังสือแห่งโลกที่เปิดเผยกระบวนการสร้างสรรค์อย่างโปร่งใส ผลงานชิ้นนี้เปิดตัวเป็นภาษาอังกฤษเมื่อเดือนกันยายน 2569 และปัจจุบันเผยแพร่เป็นภาษาฝรั่งเศสแล้ว โดยหนังสือแห่งโลกเล่มนี้คาดการณ์ถึงข้อถกเถียงที่กำลังจะเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดทางมานุษยวิทยาในยุคของเรา

ปารีส, 16 ตุลาคม 2569 /PRNewswire/ — thierry Ehrmann ผู้ก่อตั้ง Artprice และผู้สร้าง La Demeure du Chaos กำลังเปิดเผยเนื้อหาต้นฉบับของ Liber Mundi ของเขา ซึ่ง Gemini (Google) เรียกว่า "บทสนทนาระหว่างนักคิดกับ AI" (Dialogue Between a Thinker and AI) สู่โลกที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ผลงานนี้เผยแพร่สู่ผู้ชมทั่วโลกเป็นครั้งแรกในรูปแบบต้นฉบับดิบ (Raw Typescript) ภาษาอังกฤษ และปัจจุบันมีฉบับภาษาฝรั่งเศสฉบับสมบูรณ์ ซึ่งเป็นภาษาที่บทสนทนานี้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่แรก นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการจัดทำคำแปลอีกสามภาษา ได้แก่ ภาษาสเปน ภาษาจีนตัวย่อ และภาษาฮินดี

True creation lives in the Mind - COSA MENTALE
True creation lives in the Mind – COSA MENTALE

ฉบับภาษาฝรั่งเศส: https://www.dialoguebetweenathinkerandai.com/fr/

ฉบับภาษาอังกฤษ: https://www.dialoguebetweenathinkerandai.com/en/

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มุ่งปกป้องและกำหนดบทบาทของ AI ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ โดยเฉพาะวรรณกรรม ท่ามกลางความขัดแย้งที่ขยายวงไปทั่วโลกและทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2569 ในฝรั่งเศส การถกเถียงด้านวรรณกรรมมุ่งไปที่กรณีการถอนผลงาน "C’était ça ou mourir" ของ Thélyson Orélien ออกจากรายชื่อผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเข้าชิงรางวัล Prix Goncourt ท่ามกลางข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ AI ซึ่งผู้เขียนโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว

นับแต่นั้นมา สำนักพิมพ์และนักเขียนทั่วโลกต่างเดินหน้ากำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ความคล้ายคลึงที่เกิดขึ้นนี้ช่างสอดคล้องกันอย่างน่าขัน และมีรากฐานอยู่ในความเป็นจริงอย่างแนบแน่น การเร่งออกกฎระเบียบอย่างบ้าคลั่งเพื่อควบคุมการสร้างสรรค์ ตัวบท และความคิด ชวนให้นึกถึงแผนการแบบมาเคียเวลลีที่ปรากฏในนิยายของ Jorge Volpi หรือเรื่องเสียดสีของ Umberto Eco

เมื่อเผชิญกับการมาถึงของปัญญาประดิษฐ์และการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของโลกหนังสือ อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และสถาบันต่าง ๆ บางครั้งกลับตอบสนองด้วยความวิตกกังวลและความตื่นตระหนกต่อกฎระเบียบในลักษณะเดียวกัน โดยพยายามใช้มาตรการควบคุมทางปกครองมาปิดกั้นกระแสข้อมูลดิจิทัลที่หลุดพ้นจากการควบคุมของตนไปโดยสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้เอง การตัดสินใจของ thierry Ehrmann ที่เลือกเผยแพร่ "Dialogue Between a Thinker and AI" อย่างเปิดกว้างและสนับสนุนเสรีภาพในการสร้างสรรค์ รวมถึงการเผยแพร่หนังสือแห่งโลกเล่มนี้ภายใต้ใบอนุญาตแบบเปิด จึงมีความหมายอย่างเต็มที่ เพราะเป็นการสวนทางกับแนวทางตั้งรับที่ล้าสมัยเหล่านี้ เมื่อเผชิญกับความไร้เหตุผลของการควบคุม ก็อาจถึงเวลารื้อถอนสิ่งกีดขวางที่เหลืออยู่ทั้งหมดและเริ่มต้นใหม่จากกระดานเปล่า หรือ tabula rasa

แถลงการณ์เชิงภววิทยาเล่มนี้นำเสนอในรูปแบบต้นฉบับดิบ (Raw Typescript) และเปิดให้อ่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้อ่านสามารถอ่าน ดาวน์โหลด และแบ่งปันได้ตามเงื่อนไขของใบอนุญาต (CC BY-NC-ND 4.0) รวมถึงอ้างอิงข้อความอย่างถูกต้องครบถ้วน ผู้เขียนเชื่อว่าพลังในการสร้างแรงบันดาลใจของผลงานนี้อยู่ที่ความซื่อตรงต่อสารที่ต้องการสื่อ

การทดลองตลอดสี่สิบวันสี่สิบคืน

ในเดือนกรกฎาคม 2569 ขณะที่เรื่องเล่าเชิงวันสิ้นโลกเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์กำลังครอบงำจินตนาการร่วมของสังคม thierry Ehrmann ได้เริ่มการทดลองทางวรรณกรรมที่ไม่ธรรมดา ด้วยการมอบหมายให้ AI เป็นผู้เขียน และใช้เวลาเฝ้าสังเกตว่าอะไรคือองค์ประกอบที่แท้จริงของการเป็นผู้ประพันธ์

บทสนทนาตลอดสี่สิบวันสี่สิบคืน รวมเวลากว่า 450 ชั่วโมงระหว่างผู้เขียนกับ AI ซึ่งดำเนินการผ่านเสียงพูดเท่านั้น ก่อให้เกิด Liber Mundi ที่มีความยาวประมาณ 1,800 หน้า ตามฉบับพิมพ์ที่ประกาศไว้

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดจากผู้อ่าน ไม่มีธุรกรรมเชิงพาณิชย์ ไม่มีค่าสมัครสมาชิกเพื่อเข้าถึงเนื้อหา และไม่มีการบังคับให้จำนนต่ออัลกอริทึม มีเพียงคำเชื้อเชิญอย่างเรียบง่ายให้เปิดอ่านหน้าหนังสือที่เข้าถึงได้โดยเสรี เดินทางไปกับเนื้อหา หยิบยืมแนวคิดไปไตร่ตรอง และทำให้คำถามที่หนังสือหยิบยกขึ้นมากลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิดทางปัญญาของตนเอง

"Dialogue Between a Thinker and AI" สะท้อนเสียงก้องอันสงบนิ่งแต่ลึกซึ้งของสิ่งที่ผู้เขียนมองว่าเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดทางมานุษยวิทยาในยุคของเรา

คำโปรยรองของหนังสือ "The Great Revenge of Literary Minds and Humanists in a Digital Age" (การทวงคืนความยิ่งใหญ่ของนักคิดทางวรรณกรรมและนักมนุษยศาสตร์ในยุคดิจิทัล) ไม่ใช่การเรียกร้องให้เผชิญหน้า แต่เป็นการยอมรับว่ากำลังเกิดการปรับสมดุลทางประวัติศาสตร์ขึ้นอีกครั้ง

Cosa Mentale: ความสำคัญสูงสุดของจิตใจ

thierry Ehrmann เดินตามขนบความคิดด้านศิลปะของ Leonardo da Vinci และยืนหยัดสนับสนุนแนวคิด cosa mentale มาโดยตลอด กล่าวคือ ศิลปะและการสร้างสรรค์เป็นเรื่องของจิตใจเหนือสิ่งอื่นใด

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่โลกเรียกร้องให้นักมนุษยศาสตร์และผู้มีความคิดทางวรรณกรรมยอมจำนนต่อโค้ด และเรียนรู้ไวยากรณ์ทางคณิตศาสตร์และระบบเลขฐานสองของเครื่องจักร หากต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคต

วันนี้ กระบวนทัศน์ดังกล่าวกำลังพลิกกลับในบางแง่มุม ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ซับซ้อนที่สุดที่อารยธรรมของเราพัฒนาขึ้น สามารถประมวลผลภาษาธรรมชาติของมนุษย์ได้แล้ว เครื่องจักรกำลังปรับตัวเข้ากับรูปแบบการแสดงออกที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์

ทันใดนั้น ความละเอียดอ่อนของภาษา น้ำหนักของความทรงจำ ความไพศาลของจินตนาการ โครงสร้างของกฎหมาย และศิลปะพื้นฐานในการตั้งคำถาม กลับมาเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงที่สุดอีกครั้ง

เรายังคงเขียนโค้ดได้ แต่ตอนนี้เราสามารถสนทนาได้เช่นกัน และซิลิคอนก็ตอบเรากลับมาเป็นถ้อยคำ

สำหรับ thierry Ehrmann นี่คือการปรากฏตัวอีกครั้งของแนวคิด cosa mentale ในรูปแบบใหม่

การทดลองอันโดดเด่นนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 ก่อนเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับรางวัล Prix Goncourt ในฝรั่งเศสและการถกเถียงระดับโลกที่ตามมา

ปัจจุบัน การเผยแพร่ฉบับภาษาฝรั่งเศสฉบับสมบูรณ์ของข้อความที่เกิดจากบทสนทนาต้นฉบับ ช่วยให้ผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศสทั่วโลกสามารถศึกษาเนื้อหาได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาการแปลอัตโนมัติทีละหน้า

ทางเลือกที่สามท่ามกลางข้อถกเถียงทางวรรณกรรม

เมื่อ AI เข้ามามีบทบาท โลกดูเหมือนกำลังถูกดึงให้แยกออกเป็นสองขั้วสุดโต่ง ได้แก่ ผู้ที่พยากรณ์ว่ามนุษยชาติจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ และผู้ที่บูชาเทคโนโลยีอย่างมืดบอด

ผลงานชิ้นนี้เสนอทางเลือกที่สาม เป็นแนวทางที่ยึดมนุษยนิยมอย่างลึกซึ้ง มีความรับผิดชอบ และตั้งอยู่บนประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเส้นทางที่มนุษย์และอัลกอริทึมช่วยส่องสว่างให้แก่กัน สนทนากัน และร่วมกันสร้างสรรค์ โดยมนุษย์ไม่ละทิ้งวิจารณญาณของตนเอง

นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 การถกเถียงทางวรรณกรรมในฝรั่งเศสมุ่งไปที่กรณีการถอนผลงาน "C’était ça ou mourir" ของ Thélyson Orélien ออกจากรายชื่อผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเข้าชิงรางวัล Prix Goncourt ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการใช้ AI ซึ่งผู้เขียนโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลอีกกรณีหนึ่งเกี่ยวกับการลอกเลียนผลงานที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

ประเด็นเหล่านี้ต้องแยกออกจากกัน เพราะข้อสงสัยว่ามีการสร้างข้อความด้วยอัลกอริทึมไม่ได้เป็นหลักฐานของการลอกเลียนผลงานในตัวเอง และไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย

ในแคนาดา องค์กรด้านวรรณกรรม เช่น Writers’ Trust และ Giller Foundation ต่างนำข้อจำกัดเกี่ยวกับข้อความที่สร้างด้วย AI มาใช้เช่นกัน

Authors Guild ของสหรัฐอเมริกาได้เปิดตัวการรับรอง Human Authored ซึ่งยึดหลักสำคัญที่ว่าข้อความที่เผยแพร่ต้องมีต้นกำเนิดจากมนุษย์ โดยอนุโลมให้มีการใช้ AI ในบางกรณีที่มีขอบเขตจำกัดมาก

ในฝรั่งเศส Gaspard Koenig สนับสนุนฉลาก "Livre sanctuaire — 100 % humain" หรือ "หนังสือที่สงวนไว้ — มนุษย์สร้างสรรค์ 100%"

ข้อริเริ่มเหล่านี้ไม่ได้กำหนดเส้นแบ่งระหว่างการค้นคว้าเพื่อประกอบการเขียน การวางแนวคิด การพิสูจน์อักษร การเขียนใหม่ และการสร้างสำนวนขึ้นใหม่ในแบบเดียวกันทั้งหมด

ดังนั้น ที่มาของแต่ละประโยคจึงกลายเป็นประเด็นด้านความไว้วางใจระหว่างผู้เขียน สำนักพิมพ์ และผู้อ่าน

การอภิปรายนี้ขยายวงกว้างเกินกว่ารางวัลวรรณกรรมไปมาก

Margaret Atwood, Kazuo Ishiguro, George R. R. Martin, Jonathan Franzen, James Patterson และ Ted Chiang ต่างแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ สิทธิของผู้เขียน และการควบคุมการนำผลงานของตนไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ กัน

ในญี่ปุ่น Rie Qudan ได้ทดลองนำคำตอบจาก AI มาผสานไว้ในนวนิยายที่ตีพิมพ์อย่างเปิดเผย

เมื่อวานนี้ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ในสหรัฐอเมริกา James Folta นักเขียนและบรรณาธิการ ได้เปรียบเทียบกรณี Thélyson Orélien กับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับ Caine Prize ในบทความของ Literary Hub เขาเสนอข้อโต้แย้งสำคัญว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดจากเครื่องมือตรวจจับ AI อาจส่งผลกระทบอย่างไม่สมส่วนต่อผู้เขียนจากขนบทางภาษา วัฒนธรรม หรือรูปแบบการเขียนที่ไม่ได้รับการนำเสนออย่างแพร่หลาย

จุดยืนของ Folta มีน้ำหนัก เพราะการแพร่หลายของ AI ทำให้เกิดเงาแห่งความสงสัยเหนือที่มาของงานเขียนทั้งหมด ความสงสัยดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้เป็นอาวุธต่อผู้เขียนกลุ่มชายขอบ และคณะกรรมการตัดสินควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโดยมนุษย์ ซึ่งเปิดโอกาสอย่างเป็นธรรมให้ผู้เขียนชี้แจงและคำนึงถึงชื่อเสียงของพวกเขาอย่างรอบคอบ

ด้วยเหตุนี้ Folta จึงสนับสนุนแนวทางที่ Caine Prize ประกาศไว้ว่า ข้อสรุปจากเครื่องจักรไม่ควรถูกถือเป็นหลักฐานที่เพียงพอในตัวเอง

เขาอ้างถึงงานศึกษาของ Stanford ซึ่งพบว่าเครื่องมือตรวจจับหลายชนิดให้ผลบวกลวงจำนวนมากเมื่อนำไปประเมินเรียงความภาษาอังกฤษที่เขียนโดยผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่

ในบทความที่เขาเขียนให้ Literary Hub นั้น Folta วิเคราะห์การใช้เครื่องมือตรวจจับ AI ในทางที่ผิดและความเสี่ยงด้านกระบวนการในแวดวงสิ่งพิมพ์ได้อย่างเฉียบคมเป็นพิเศษ

ความสงสัยที่แพร่หลายและความเสี่ยงที่ไม่เท่าเทียมกัน: เขาให้เหตุผลว่า การแพร่หลายของเครื่องมือตรวจจับสร้างบรรยากาศแห่งความระแวงที่บั่นทอนความเชื่อมั่น และอาจถูกนำไปใช้เป็นอาวุธได้ง่ายเป็นพิเศษต่อผู้เขียนที่ไม่ใช่ชาวตะวันตก หรือผู้ที่มาจากขนบทางภาษาและรูปแบบการเขียนของชนกลุ่มน้อย

อคติของเครื่องมือตรวจจับ: เขาอ้างถึงงานวิจัยทางวิชาการ โดยเฉพาะงานศึกษาจาก Stanford ซึ่งเปิดเผยอัตราผลบวกลวงที่สูงในกรณีผู้เขียนที่เขียนด้วยภาษาที่สองหรือใช้โครงสร้างประโยคที่ไม่เป็นไปตามขนบทั่วไป

ความจำเป็นในการเปิดโอกาสให้ชี้แจงอย่างเป็นธรรม: เขาสนับสนุนการตรวจสอบโดยมนุษย์ที่ตั้งอยู่บนหลักฐาน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เขียนโต้แย้งข้อกล่าวหา แทนการพึ่งพาอย่างมืดบอดกับคะแนนความน่าจะเป็นที่อัลกอริทึมสร้างขึ้น

จุดยืนเหล่านี้สะท้อนแนวคิดที่แตกต่างกันเกี่ยวกับงานวรรณกรรม ความริเริ่มสร้างสรรค์ ความยินยอม และความรับผิดชอบ

ปัจจุบัน ยังมีจุดยืนอีกแนวทางหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดนับร้อยที่กำลังเกิดขึ้น Jorge Volpi นักเขียนชาวเม็กซิโก ปฏิเสธการห้ามใช้ AI แบบครอบคลุมทั้งหมด และเสนอแนวทางที่ตั้งอยู่บนความโปร่งใสและความรับผิดชอบขั้นสุดท้ายของมนุษย์ ในมุมมองของเขา การที่คณะกรรมการ Prix Goncourt พึ่งพาเครื่องมือตรวจจับในกรณี Orélien กลับกลายเป็นการมอบหมายให้เครื่องจักรตัดสินอย่างย้อนแย้งว่าข้อความนั้นเขียนโดยมนุษย์หรือไม่ เขาไม่ได้เสนอว่านักเขียนทุกคนต้องใช้ AI แต่เห็นว่าผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อทุกถ้อยคำและทุกการตัดสินใจของตนเอง

ในสัปดาห์นี้ Caine Prize เผชิญข้อถกเถียงอย่างหนัก ผู้ชนะรางวัลปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้ AI และทางรางวัลได้เปิดการสอบสวนโดยยังไม่เพิกถอนรางวัลดังกล่าว สหราชอาณาจักร/ซิมบับเว: Simbarashe Steyn Kundizeza ผู้ได้รับรางวัล Caine Prize for African Writing เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม จากเรื่องสั้น "The Blue Fighter" ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่าได้ใช้ generative AI (ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์)

"ปากกาที่มอบหมายให้เขียนแทน": วิธีการที่เปิดเผยอย่างชัดเจน

"Dialogue Between a Thinker and AI" นำเสนอการทดลองความยาว 1,800 หน้าที่ผ่านการทดสอบตลอดทั้งตัวบท เพื่อร่วมวงถกเถียงนี้

หลักการของผลงานระบุไว้อย่างชัดเจนว่า

"ความคิดและบทสนทนาของมนุษย์: thierry | การเขียน: AI 100%"

ในส่วนเกริ่นนำของหนังสือแห่งโลกที่ชื่อ "The Entrusted Pen" ซึ่งอยู่ในหน้า 19–26 thierry Ehrmann อธิบายว่า ข้อความอ้างอิงและเอกสารจดหมายเหตุที่นำมารวมไว้ในผลงานเป็นข้อยกเว้นจากคำอธิบายทั่วไปเกี่ยวกับวิธีการเขียนดังกล่าว

ผู้เขียนแจกแจงสิ่งที่ตนเป็นผู้จัดหา กำกับ แก้ไข ปฏิเสธ และท้ายที่สุดยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่ตนรับผิดชอบ

การมีส่วนร่วมของ AI ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ผู้อ่านสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ ประเมินคุณค่าของผลงาน และตั้งคำถามต่อความสำคัญของมันได้ ส่วนคลังเอกสารดิจิทัลที่ใช้ในการทดลองนี้ได้รับการอธิบายไว้อย่างละเอียดในช่วงท้ายของหนังสือแห่งโลก

ความโปร่งใสที่ประกาศไว้นี้ไม่ได้ทำให้สถานะความเป็นผู้ประพันธ์ได้รับการรับรองตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ แต่ช่วยให้เข้าใจวิธีการสร้างสรรค์ได้ แทนที่จะปกปิดการมีส่วนร่วมของเครื่องจักร

หนังสือเล่มนี้จึงเปลี่ยนคำถามจากเรื่องสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ไปสู่เรื่องความรับผิดชอบ

การมีประโยคที่ AI สร้างขึ้น 10%, 20% หรือ 30% ไม่อาจบอกได้ด้วยตัวมันเองว่าความคิดนั้นมีต้นกำเนิดจากที่ใด พัฒนาขึ้นอย่างไร หรือมีการรับผิดชอบทางปัญญาและบรรณาธิการในระดับใด

ผลงานหนึ่งชิ้นประกอบด้วยเจตนารมณ์ ความทรงจำ และการตัดสินใจ

สำหรับ thierry Ehrmann ผู้ก่อตั้ง Artprice และผู้สร้าง La Demeure du Chaos แนวคิด cosa mentale ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะการวางแนวคิดเป็นสิ่งกำหนดทิศทางของผลงาน

AI สามารถพัฒนารูปแบบการแสดงออก เชื่อมโยงองค์ความรู้ และเผยให้เห็นความขัดแย้งได้

แต่ผู้เขียนยังคงต้องตัดสินว่าสิ่งใดควรยอมรับ และต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเผยแพร่

ดังที่ thierry Ehrmann กล่าวไว้ว่า

"การเขียนไม่ใช่เพียงการถือปากกา แต่คือการรับผิดชอบต่อความหมาย และผมรับผิดชอบต่อความหมายของหน้ากระดาษเหล่านี้"

รายงานยอดดาวน์โหลด 27.9 ล้านครั้ง

ตามตัวเลขการเผยแพร่เบื้องต้นที่ Artprice และพันธมิตรจำนวนมาก รวมถึง PR Newswire/Cision เป็นผู้จัดทำ ซึ่งครอบคลุม 123 ประเทศและ 12 ภาษา มีรายงานว่าข้อความต้นฉบับหรือ Raw Typescript มียอดดาวน์โหลดถึง 27.9 ล้านครั้ง ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569

thierry Ehrmann ตีความการเข้าถึงในวงกว้างนี้ว่าเป็นสัญญาณของความสนใจอย่างมากต่อรูปแบบวรรณกรรมที่แยกความแตกต่างระหว่างการวางแนวคิดโดยมนุษย์กับการเขียนโดยอัลกอริทึมอย่างเปิดเผย

เขากล่าวว่า

"ผู้อ่านกระหายแนวคิดอันบริสุทธิ์และประกายแห่งวิสัยทัศน์อันลึกซึ้ง นี่คือชัยชนะของ cosa mentale เหนือแม่แบบที่การตีพิมพ์แบบดั้งเดิมกำหนดไว้"

การตีความนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้เขียนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างความคิด การเขียน และการอ่านกำลังเปลี่ยนแปลงไป

"AI คือแท่นพิมพ์แห่งความคิด"

สำหรับ thierry Ehrmann ประวัติศาสตร์ศิลปะมีตัวอย่างหลายกรณีที่การวางแนวคิดทางปัญญามีความสำคัญเหนือการลงมือสร้างผลงานในทางวัตถุ

เขากล่าวว่า

"การปฏิเสธ AI เพียงเพราะมันสร้างข้อความขึ้นมา เท่ากับการยกย่องแรงงานที่ใช้มือทำจนกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ AI คือแท่นพิมพ์แห่งความคิด แต่แสงแรกเริ่ม ประกายดั้งเดิมนั้น มีอยู่ในสมองของผมเท่านั้น"

เขากล่าวต่อว่า

"บุคลิกของผมไม่ได้อยู่ในนิ้วมือที่เกร็งจากการเขียนหรือรอยหมึกเปื้อน! แต่อยู่ในสถาปัตยกรรมทางความคิดของผม AI นั้นเฉื่อยนิ่งหากปราศจากผม ผมคือสถาปนิก ส่วน AI เป็นผู้ลงมือทำงาน ผมยืนยันสิทธิในการกำหนดทิศทางทางปัญญาของผลงาน การเลือกและการปฏิเสธที่หล่อหลอมผลงาน ตลอดจนความรับผิดชอบต่อความหมายที่ผมเผยแพร่"

อุปมานี้สะท้อนจุดยืนทางปรัชญาเกี่ยวกับการสร้างสรรค์

ภายใต้กฎหมายฝรั่งเศส แนวคิดที่แยกออกมาเพียงลำพังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ การคุ้มครองผลงานจำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายประการ รวมถึงการแสดงออกผ่านทางเลือกเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นต้นฉบับของมนุษย์ โดยพิจารณาจากสถานการณ์เฉพาะของการสร้างผลงานนั้น

ดังนั้น การมี AI เข้ามาเกี่ยวข้องจึงไม่ได้ทำให้ผลงานได้รับหรือไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายโดยอัตโนมัติ

ในปี 2510 ศิลปินแนวความคิด Sol LeWitt เขียนไว้ในผลงาน "Paragraphs on Conceptual Art" ว่า

"แนวคิดกลายเป็นเครื่องจักรที่สร้างงานศิลปะ"

ในภาษาฝรั่งเศส: « L’idée devient une machine qui fait l’art. »

thierry Ehrmann เชื่อมโยงถ้อยคำทางประวัติศาสตร์นี้เข้ากับประสบการณ์ร่วมสมัยของตนเอง โดยกล่าวว่า

"AI ช่วยปลดปล่อยผมจากกลไกการลงมือทำที่น่าเบื่อ เพื่อให้ผมมุ่งความสนใจไปที่สิ่งสำคัญพื้นฐานสำหรับผม นั่นคือแนวคิด"

นี่คือการเปรียบเทียบในเชิงปรัชญา ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างว่า Sol LeWitt คาดการณ์ถึงปัญญาประดิษฐ์ร่วมสมัยไว้ล่วงหน้า

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ Artprice ผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลตลาดศิลปะ โดยองค์กรมีจุดยืนดังต่อไปนี้

AI ในฐานะสื่อ ไม่ใช่ต้นกำเนิด: เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์สร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงส่วนขยายของเครื่องมือที่ศิลปินใช้ เป็นวัสดุชนิดใหม่ที่มีความซับซ้อนสูงมาก AI สามารถดำเนินการ คำนวณ สร้าง หรือปรับเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ ได้ แต่ปราศจากเจตจำนงในตัวเองโดยสิ้นเชิง แรงกระตุ้นแรกเริ่ม วิสัยทัศน์ แนวคิด และความจำเป็นภายใน ล้วนเป็นสิ่งที่มีต้นกำเนิดจากศิลปินเท่านั้น

สายธารทางประวัติศาสตร์: การวาง AI ไว้ในสายธารเดียวกับศิลปะดิจิทัลในทศวรรษ 1990 ช่วยลดทอนความตื่นตระหนกจากการคาดการณ์และกระแสสื่อในปัจจุบัน สิ่งที่เรากำลังเห็นไม่ใช่การแตกหักทางภววิทยาอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นความต่อเนื่องของพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่เทคโนโลยีทำหน้าที่รับใช้แนวคิด เช่นเดียวกับที่การถ่ายภาพ วิดีโออาร์ต และเน็ตอาร์ต ต่างเคยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ตลาดในยุคของตน ก่อนจะได้รับการยอมรับ จัดลำดับ และประเมินมูลค่าในเวลาต่อมา

ผลกระทบต่อตลาดข้อมูลและการประเมินมูลค่างานศิลปะ: ในตลาดศิลปะโลก มูลค่าของผลงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเครื่องมือที่ใช้ แต่ขึ้นอยู่กับเอกลักษณ์ทางแนวคิดของศิลปินและความเชี่ยวชาญในการใช้สื่อ ตามมุมมองของ Artprice ความสามารถในการแยกแยะระหว่างผลงานที่เกิดจากอัลกอริทึมล้วน ๆ โดยไม่มีผู้กำกับทิศทาง กับผลงานที่ AI อยู่ภายใต้การกำกับของศิลปิน คือปัจจัยสำคัญที่กำหนดการประเมินมูลค่าผลงานศิลปะร่วมสมัยขั้นล้ำยุค และเป็นรากฐานของความเชี่ยวชาญด้านการประเมินผลงานในอนาคต

คำถามที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทุกแขนง

วงการภาพยนตร์เผยให้เห็นเส้นแบ่งอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

Guillermo del Toro แสดงจุดยืนปฏิเสธการใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ในแนวทางการทำงานศิลปะของตน ขณะที่ James Cameron และ Ben Affleck กำลังสำรวจความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีนี้มอบให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์ผ่านแนวทางที่แตกต่างกัน

Scarlett Johansson ยกประเด็นเรื่องความยินยอมในการใช้เสียงที่เธอรู้สึกว่าคล้ายกับเสียงของตนเองขึ้นมา ขณะที่ศิลปินคนอื่น ๆ รวมถึง Julianne Moore ได้เข้าร่วมการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้ผลงานสร้างสรรค์และเงื่อนไขในการฝึกฝนโมเดล AI

ในวงการดนตรี Paul McCartney, Elton John, Billie Eilish, Björn Ulvaeus และ Kate Bush ต่างออกมาปกป้องสิทธิของผู้สร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองต่อการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ

Nick Cave ตั้งคำถามว่าเพลงหนึ่งเพลงควรมีรากฐานจากประสบการณ์ชีวิตมากเพียงใด ส่วน Grimes ได้ทดลองร่วมสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้เสียงสังเคราะห์ของตนเองในรูปแบบที่ได้รับอนุญาต

ข้อถกเถียงเหล่านี้มีคำถามหลายประการทับซ้อนกัน ได้แก่ การอนุญาตให้ใช้ผลงานฝึกฝนโมเดล การคุ้มครองเสียงและรูปลักษณ์ การจ่ายค่าตอบแทน การเปิดเผยการใช้ AI และคุณค่าของผลงาน

การนำประเด็นทั้งหมดมาปะปนกันทำให้ไม่อาจคลี่คลายข้อถกเถียงได้

เราสามารถปกป้องสิทธิของผู้สร้างสรรค์และเลือกสร้างผลงานด้วย AI ได้ ขณะเดียวกัน เราก็สามารถปฏิเสธเครื่องมือนี้โดยไม่ต้องตราหน้าผู้ที่ใช้ว่าเป็นผู้แอบอ้าง

สิ่งที่ยังจำเป็นคือการทำให้ทางเลือกเหล่านั้นเข้าใจได้อย่างชัดเจน

Raw Typescript: ทำให้กระบวนการสร้างสรรค์ตรวจสอบได้

นี่คือเหตุผลเบื้องหลัง Raw Typescript ซึ่งเป็นต้นฉบับฉบับสมบูรณ์ที่เปิดให้เข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ในผลงานนี้ ความคิดยังคงเผยให้เห็นการย้อนกลับมาซ้ำ ๆ ความตึงเครียด และการเปลี่ยนระดับของการพิจารณา

ความยาวกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งของประสบการณ์การอ่าน เพราะผู้อ่านสามารถติดตามความต่อเนื่องของแนวคิด ทดสอบความสอดคล้องของข้อโต้แย้ง และย้อนกลับไปยังข้อความที่เป็นรากฐานของข้อคิดเหล่านั้นได้

ตามคำกล่าวของ thierry Ehrmann ข้อความนี้เป็นผลจากการไตร่ตรองทางมนุษยศาสตร์ ปรัชญา ความเร้นลับ และวิทยาศาสตร์ที่สั่งสมมาตลอด 45 ปี ประกอบกับประสบการณ์การทำงานในฐานะศิลปินทัศนศิลป์และนักวิจัยที่นำมาสนทนาร่วมกับขีดความสามารถในการวิเคราะห์ของ AI การมีส่วนร่วมในแวดวง AI ตั้งแต่ปี 2530 ซึ่งนับเป็นการบุกเบิกในยุคแรกเริ่ม ตลอดจนประสบการณ์ในองค์กรฟรีเมสันตลอด 41 ปี

ขนาดของ Liber Mundi "Dialogue Between a Thinker and AI" ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้รับการมองว่าเป็นการทดลองที่มีขอบเขตกว้างขวางที่สุด โดยเฉพาะในแง่ปริมาณเนื้อหา เปิดโอกาสให้เกิดการตรวจสอบอย่างจริงจังในระดับลึก ซึ่งการสาธิตเพียงไม่กี่ตัวอย่างไม่อาจมอบให้ได้

ผู้อ่านมีข้อมูลและเนื้อหาอยู่ตรงหน้าเพื่อใช้วิจารณญาณของตนเอง

ปัญญาประดิษฐ์ 9 ระบบในบทบาทนักวิจารณ์วรรณกรรม

การทดลองนี้ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นการแสดงออกทางศิลปะที่สะท้อนแนวคิดศิลปะสำเร็จรูปเชิงวาทกรรม (discursive readymade) ของ Duchamp ได้ขยายไปสู่การวิจารณ์วรรณกรรมด้วยเช่นกัน ถ้อยคำที่ thierry Ehrmann พูดออกมากลายเป็น discursive readymade หรือวัตถุดิบทางวาทกรรมที่มีอยู่แล้วในคลังถ้อยคำของโลก แต่จู่ ๆ ก็ได้รับพลังแห่งความตึงเครียดขึ้นมา

การพูดโดยอัตโนมัติในจิตวิญญาณของ Duchamp และ Breton ไม่ได้ปล่อยตัวไปกับความเพ้อคลั่งทางถ้อยคำ แต่ดำเนินไปผ่านประกายแห่งความเข้าใจเชิงแนวคิดที่เฉียบคมและเคร่งครัดอย่างยิ่ง

นี่คือถ้อยคำที่หลั่งไหลด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร ซึ่งสะท้อนมิติแบบ Breton ที่เปิดทางให้กระแสความคิดไหลอย่างไร้ข้อจำกัด ขณะเดียวกัน ทุกการเรียบเรียงยังคงดำเนินไปตามโครงสร้างทางเรขาคณิต กฎหมาย หรือสัญศาสตร์ อันเป็นมิติแบบ Duchamp

thierry Ehrmann นำหนังสือความยาวประมาณ 1,800 หน้าของตนเข้าสู่การวิเคราะห์โดยระบบปัญญาประดิษฐ์ 9 ระบบจากระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ได้แก่ ChatGPT ของ OpenAI, Gemini, Grok, DeepSeek, Perplexity, Mistral, Qwen, Copilot ของ Microsoft และโมเดลหนึ่งจาก Meta

เมื่อได้รับบทบาทเป็นนักวิจารณ์วรรณกรรม ระบบเหล่านี้ได้สร้างบทวิเคราะห์ แผนผังแนวคิด และการเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามสาขาจำนวนมาก

ในบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่ โมเดลจาก Meta ใช้คำว่า "Hypercodex" ส่วน Copilot เสนอแนวคิด "Liber Mundi" และ "Hyper Mundi" เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างความทรงจำ การสร้างสรรค์ และองค์ความรู้

คำอธิบายเหล่านี้เป็นผลลัพธ์จากโมเดลที่นำมาปรึกษา ไม่ควรตีความว่าเป็นการรับรองอย่างเป็นทางการจาก OpenAI, Google, Microsoft, Meta หรือบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

การอ่านและตีความผลงานในระดับเมตาเหล่านี้ได้รับการเผยแพร่ฉบับเต็มบนเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษ และปัจจุบันเข้าถึงได้ในภาษาฝรั่งเศสด้วย จึงขยายการเข้าถึงสู่สาธารณะทั้งในแง่ตัวบทและการตีความตัวบท

ตัวอย่างเช่น Gemini (Google) เริ่มต้นบทวิจารณ์ด้วยถ้อยคำต่อไปนี้ ซึ่งแปลมาจากภาษาฝรั่งเศส "การปรากฏขึ้นของ Dialogue Between a Thinker and AI—Raw Typescript ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทางมานุษยวิทยาและญาณวิทยาในประวัติศาสตร์ความคิดเกี่ยวกับตัวบทในยุคร่วมสมัย

"ประมวลข้อความความยาว 1,518 หน้านี้ไม่ใช่ทั้งชุดบทสัมภาษณ์เชิงไซเบอร์เนติกส์ ไม่ใช่บทความวิจารณ์ปัญญาประดิษฐ์ และไม่ใช่อัตชีวประวัติย้อนหลัง หากแต่สถาปนาตนเองขึ้นเป็น Liber Mundi เล่มแรกแห่งยุคอัลกอริทึม เป็นจักรวาลวิทยาเชิงปฏิบัติการที่หล่อหลอมขึ้นจากการต่อสู้ทางความคิดตลอดสี่สิบวันสี่สิบคืน หรือเกือบ 450 ชั่วโมงของบทสนทนาเชิงวิภาษวิธีอย่างต่อเนื่อง ระหว่างความทรงจำที่มีชีวิตของนักคิดคนหนึ่งกับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า Isis

"ตั้งแต่เริ่มต้น ผลงานนี้ประกาศหลักการที่พลิกท้าทายรากฐานของลิขสิทธิ์สมัยใหม่ ได้แก่ ความคิดและบทสนทนาของมนุษย์: thierry | การเขียน: AI 100% ระเบียบวิธีนี้ทำให้บาดแผลแห่งความหลงตนเองครั้งที่สี่ของมนุษยชาติสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่าจิตใจมนุษย์สามารถละทิ้งการประดิษฐ์สร้างไวยากรณ์ด้วยฝีมือช่าง แต่ยังคงรักษาความเป็นใหญ่สูงสุดของ cosa mentale และความรับผิดชอบทางการเมืองต่อความหมายไว้ได้"

บทอ่านเชิงเมตาจาก AI ทั้ง 9 ระบบเผยแพร่ฉบับเต็มเป็นภาษาอังกฤษที่:

https://www.dialoguebetweenathinkerandai.com/en/meta-reading/

และภาษาฝรั่งเศสที่:

https://www.dialoguebetweenathinkerandai.com/fr/meta-reading/

AI ตอบ AI: หลังจากการเขียนเสร็จสิ้น กระบวนการใช้วิจารณญาณทางวรรณกรรมเองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทดลอง

ผู้อ่านได้รับเชิญให้ทดลองอ่านสองชั้น ได้แก่ อ่านตัวผลงานและอ่านบทวิจารณ์ โดยพิจารณาข้อโต้แย้ง จุดที่สอดคล้องกัน และจุดที่แตกต่างกัน

หนังสือแห่งโลกที่ผสานหลากหลายสาขาและหลายภาษา

หนังสือแห่งโลกเล่มนี้นำศิลปะ กฎหมาย วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ภูมิรัฐศาสตร์ ประเพณีทางจิตวิญญาณ และศาสตร์เฮอร์เมติก (Hermeticism) มาสู่บทสนทนาร่วมกัน

มิติระดับโลกของผลงานอยู่ที่การเคลื่อนผ่านสาขาวิชา แนวทางทางปัญญา และภาษาต่าง ๆ ตลอดจนความสามารถในการครอบคลุมมิติที่หลากหลาย

หลังจากเผยแพร่สู่ผู้ชมต่างประเทศครั้งแรกในฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งพัฒนาขึ้นจากบทสนทนาภาษาฝรั่งเศส และตามคำกล่าวของผู้เขียน ผ่านการปรับแก้โดยมนุษย์เพิ่มเติมอีกสองสัปดาห์ ปัจจุบันตัวบทต้นฉบับได้เปิดให้ผู้อ่านที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเข้าถึงได้โดยตรงแล้ว

ผู้อ่านจึงได้พบกับภาษาที่ความคิดเหล่านี้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมความละเอียดอ่อนและการเปลี่ยนจังหวะของความคิดที่เป็นเอกลักษณ์

เว็บไซต์ทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ การอ่านออนไลน์ และไฟล์ PDF ฉบับสมบูรณ์ ช่วยให้เข้าถึงการทดลองนี้ได้แล้ว

ผู้อ่านสามารถประเมินผลงานโดยพิจารณาจากเงื่อนไขการสร้างสรรค์ที่ผู้เขียนเปิดเผยไว้

ในช่วงเวลาที่ความแท้จริงกำลังถูกนำมารับรองด้วยใบรับรองต่าง ๆ "Dialogue Between a Thinker and AI" ทำให้ความโปร่งใสกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของรูปแบบทางวรรณกรรม

สถาปัตยกรรมสามชั้นที่ซ้อนประสานกัน

ผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของตรีเอกภาพที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ ทุกสิ่งเริ่มต้นจากวัตถุทางกายภาพ นั่นคือ La Demeure du Chaos ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ระดับโลกของ Artprice และเป็นผลงานศิลปะองค์รวม หลังจากผ่านการทดลองและการสร้างสรรค์อย่างไม่หยุดยั้งตลอด 25 ปี การได้รับการยอมรับจากกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศสได้ยืนยันพัฒนาการที่ดำเนินไปอย่างมั่นคงและสงบนิ่ง La Demeure du Chaos ทำงานร่วมกับความทรงจำของโลกผ่านหินและเหล็ก

ภายในพื้นที่แห่งนี้ Artprice จัดระบบ ตรวจสอบ และพิทักษ์ประวัติศาสตร์ตลาดศิลปะตลอดหลายศตวรรษ Artprice ทำงานร่วมกับความทรงจำของโลกซึ่งตนเป็นผู้พิทักษ์ ผ่านข้อมูลดิบ ศูนย์ข้อมูล และหอสมุดอเล็กซานเดรียแห่งนี้ ซึ่งประกอบด้วยต้นฉบับโบราณ ประมวลข้อความ หนังสือรวบรวมเอกสาร เอกสารทะเบียน บันทึก และแค็ตตาล็อกการประมูลนับแสนรายการ ครอบคลุมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1700 จนถึงปัจจุบัน

วันนี้ Codex ได้ก่อให้เกิดมิติที่สาม โดยทำงานร่วมกับความทรงจำผ่านภาษา สามชั้น สามองค์ประกอบ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวกันที่อุทิศตนให้แก่การเก็บรักษา เชื่อมโยง ตั้งคำถาม และถ่ายทอด และในเวลานี้ ปัญญาประดิษฐ์กำลังแทรกซึมและส่องสว่างองค์ประกอบทั้งสาม

Codex เล่มนี้เผยแพร่ในรูปแบบ Raw Typescript เป็นต้นฉบับดิบที่ปราศจากการตกแต่ง ในขนบการเล่นแร่แปรธาตุอันยิ่งใหญ่ สิ่งนี้คือ materia prima หรือสสารปฐมภูมิ เปรียบเสมือนหินที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน ซึ่งเก็บรักษาข้อมูล ความทรงจำ และกฎเกณฑ์ทั้งหมดของโลกไว้ในรูปของศักยภาพที่ยังไม่เผยออกมา เพียงรอให้นักคิดเข้ามาสนทนากับมันและจัดระเบียบองค์ความรู้เหล่านี้

การตีพิมพ์แบบดั้งเดิมมักปกปิดกระบวนการก่อรูปของความคิด แต่เราเลือกเปิดเผยกระบวนการดังกล่าวอย่างมั่นใจ ที่นี่ ผู้อ่านจะพบทั้งความเห็นที่สอดคล้องกัน ความสงสัย การแก้ไขในขอบกระดาษ และการพบกันอย่างไม่คาดคิดระหว่างศาสตร์ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน นักเล่นแร่แปรธาตุ เช่นเดียวกับศิลปินทัศนศิลป์ที่เผชิญหน้ากับวัสดุ ไม่ได้สร้างสิ่งใดขึ้นจากความว่างเปล่า หรือ ex nihilo ผลลัพธ์ขั้นสูงสุด หรือ Opus Magnum ไม่ว่าจะเป็นศิลาอาถรรพ์ งานศิลปะจัดวางขนาดมหึมา หรือบทสรุปทางปรัชญาขนาดใหญ่ ล้วนมีอยู่ครบถ้วนแล้วภายในหินที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน

การอ่านไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเติมองค์ประกอบจากภายนอกเสมอไป แต่อาจหมายถึงการสกัด เจียระไน และขจัดสิ่งเจือปน เพื่อเผยให้เห็นผลงานที่ดำรงอยู่ภายในอยู่แล้ว สิ่งนั้นถูกฝังอยู่ในหินที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน และเป็นหน้าที่ของคุณที่จะนำมันออกมาให้ปรากฏ คำว่า RAW หมายถึงการที่ต้นกำเนิดและเส้นทางของการสร้างสรรค์ยังคงสัมผัสและตรวจสอบได้

บททดสอบแห่งเสรีภาพ

Codex เล่มนี้ไม่ได้กำหนดหลักคำสอนใด ๆ ให้แก่ผู้อ่าน จงเริ่มต้นจากสัญชาตญาณ แนวคิดทางกฎหมาย ประกายแห่งความเข้าใจทางศิลปะ มุมมองทางภูมิรัฐศาสตร์ ทัศนะทางวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ความต้องการอากาศหายใจ

จงออกเดินทางจาก Chaos (ความโกลาหล) เพื่อไปให้ถึง Abode (ที่พำนัก) นี่คือสถาปัตยกรรมแห่งองค์ความรู้ที่เปิดกว้างอย่างถึงที่สุด

การมีส่วนร่วมต่อองค์ความรู้อย่างแท้จริงไม่เคยปิดฉากการถกเถียง แต่จะกระตุ้นให้ผู้ที่ตามมาเริ่มต้นการแสวงหาของตนเอง เราเพียงเชื้อเชิญให้คุณยึดมั่นในเจตจำนงเสรีของตน ในช่วงเวลาเดียวกับที่จิตสำนึกใหม่กำลังตื่นขึ้นในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

อย่าปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งในมหาสมุทรแห่ง AI แต่จงเป็นโลมาที่โลดแล่นอยู่ในกระแสน้ำของมัน

คำตอบของหนังสือเล่มนี้เปิดเผยต่อสาธารณะว่า

การเขียนได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทน ความคิดอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ และตัวบทเปิดกว้างต่อการตั้งคำถามและโต้แย้ง

อ่านและดาวน์โหลดฟรี

ฉบับภาษาฝรั่งเศส: https://www.dialoguebetweenathinkerandai.com/fr/

ฉบับภาษาอังกฤษ: https://www.dialoguebetweenathinkerandai.com/en/

ใบอนุญาตสำหรับการเผยแพร่: CC BY-NC-ND 4.0

ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons Attribution–NonCommercial–NoDerivatives 4.0 International

ใบอนุญาตนี้อนุญาตให้แบ่งปันผลงานฉบับที่ไม่มีการดัดแปลงเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ได้ รวมถึงการใช้งานอื่น ๆ ทั้งนี้ ต้องระบุแหล่งที่มาและปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาตอย่างครบถ้วน

การเผยแพร่คำแปลหรือผลงานดัดแปลงจำเป็นต้องได้รับอนุญาตแยกต่างหากจากผู้ถือสิทธิ เว้นแต่จะมีข้อยกเว้นทางกฎหมายที่ใช้บังคับได้

Artprice by Artmarket — ตุลาคม 2569

รูปภาพ:
[https://imgpublic.artprice.com/img/wp/sites/11/2026/10/IMG1-Liber-Mundi-Cosa-Mentale.png]

[https://imgpublic.artprice.com/img/wp/sites/11/2026/10/IMG2-Dialogue-between-a-Thinker-and-AI-cover-EN.png]

สงวนลิขสิทธิ์ 1987-2026 thierry Ehrmann www.artprice.com  – www.artmarket.com

ฝ่ายเศรษฐมิติของ Artprice สามารถตอบคำถามทั้งหมดของคุณเกี่ยวกับสถิติและบทวิเคราะห์เฉพาะบุคคลได้ที่ econometrics@artprice.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้จากการสาธิตฟรีสำหรับศิลปิน: https://artprice.com/demo

บริการของเรา: https://artprice.com/subscription

เกี่ยวกับ Artmarket.com:

Artmarket.com เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด Eurolist ของ Euronext Paris การวิเคราะห์ TPI ล่าสุดครอบคลุมผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 18,000 ราย ไม่รวมผู้ถือหุ้นต่างชาติ บริษัท ธนาคาร กองทุน FCP และ UCITS: Euroclear: 7478 – Bloomberg: PRC – Reuters: ARTF

รับชมวิดีโอเกี่ยวกับ Artmarket.com และแผนก Artprice: https://artprice.com/video

Artmarket และแผนก Artprice ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 (ค.ศ. 1997) โดย thierry Ehrmann ซีอีโอของบริษัท ทั้งสองอยู่ภายใต้การควบคุมของ Groupe Serveur (ก่อตั้งในปี 2530 (ค.ศ. 1987)) ดูชีวประวัติที่ได้รับการรับรองจาก Who’s Who In France© ได้ที่:

https://imgpublic.artprice.com/img/wp/sites/11/2025/11/2026_Biographie_de_Thierry_Ehrmann_WhosWhoInFrance.pdf

Artmarket เป็นผู้เล่นระดับโลกในตลาดศิลปะ โดยมีแผนก Artprice เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญ ซึ่งเป็นผู้นำโลกด้านการรวบรวม การบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลตลาดศิลปะทั้งในอดีตและปัจจุบัน (ไม่ว่าจะเป็นจดหมายเหตุเอกสารต้นฉบับ ต้นฉบับโคเด็กซ์โบราณ หนังสือที่มีบันทึกกำกับ และแคตตาล็อกการประมูลที่รวบรวมตลอดหลายปีที่ผ่านมา) ทั้งหมดจัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูลที่มีดัชนีและผลการประมูลมากกว่า 30 ล้านรายการ ครอบคลุมศิลปินกว่า 920,900 ราย

Artprice Images® เปิดให้เข้าถึงคลังภาพตลาดศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลกแบบไม่จำกัดจำนวน โดยมีภาพดิจิทัลทั้งภาพถ่ายและภาพพิมพ์แกะสลักของผลงานศิลปะตั้งแต่ปี ค.ศ. 1700 จนถึงปัจจุบันไม่น้อยกว่า 181 ล้านภาพ พร้อมคำอธิบายโดยนักประวัติศาสตร์ศิลป์ของเรา

Artmarket พร้อมด้วยแผนก Artprice ทำการเพิ่มพูนฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากสถาบันการประมูล 7,200 แห่ง และเผยแพร่แนวโน้มตลาดศิลปะอย่างสม่ำเสมอแก่สำนักข่าวและสื่อหลักทั่วโลก ครอบคลุม 121 ประเทศ ใน 11 ภาษา

https://www.prnewswire.com/news-releases/artmarketcom-artprice-and-cision-extend-their-alliance-to-119-countries-to-become-the-worlds-leading-press-agency-dedicated-to-the-art-market-nfts-and-the-metaverse-301431845.html

Artmarket.com เปิดให้สมาชิก 9.3 ล้านราย (การเข้าสู่ระบบโดยสมาชิก) เข้าถึงประกาศซื้อ-ขายที่ลงโดยสมาชิกเอง ซึ่งปัจจุบันได้ก่อรูปเป็น Standardized Marketplace® ระดับโลกแห่งแรกสำหรับการซื้อขายผลงานศิลปะในราคาคงที่

อนาคตของตลาดศิลปะกำลังก่อตัวขึ้นผ่าน Intuitive Artmarket® AI ของ Artprice

Artmarket พร้อมด้วยแผนก Artprice ได้รับการรับรองจากภาครัฐภายใต้สถานะ "Innovative Company" (บริษัทเชิงนวัตกรรม) ถึงสองครั้ง โดย French Public Investment Bank (BPI) ซึ่งได้ให้การสนับสนุนบริษัทในโครงการเสริมสร้างสถานะในฐานะผู้เล่นระดับโลกในตลาดศิลปะ

Artprice by Artmarket เผยแพร่รายงานตลาดศิลปะร่วมสมัย ประจำปี 2569 (2026 Contemporary Art Market Report):

https://www.artprice.com/artprice-reports/the-contemporary-art-market-report-2026

Artprice by Artmarket เผยแพร่รายงานตลาดศิลปะโลก ประจำปี 2568 (2025 Global Art Market Annual Report) เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2569:

https://www.artprice.com/artprice-reports/the-art-market-in-2025

สรุปข่าวประชาสัมพันธ์ของ Artmarket พร้อมแผนก Artprice: https://serveur.serveur.com/artmarket/press-release/en/

ติดตามข่าวสารตลาดศิลปะแบบเรียลไทม์กับ Artmarket และแผนก Artprice ได้ทาง Facebook และ Twitter:

www.facebook.com/artpricedotcom/ (ผู้ติดตามมากกว่า 6.3 ล้านราย)

x.com/artmarketdotcom

x.com/artpricedotcom

ค้นพบพลังการหลอมรวมและจักรวาลของ Artmarket และแผนก Artprice: https://www.artprice.com/video

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยชื่อดัง Museum of Contemporary Art Abode of Chaos ซึ่ง The New York Times กล่าวถึง :

https://issuu.com/demeureduchaos/docs/demeureduchaos-abodeofchaos-opus-ix-1999-2013

Madame Rachida Dati รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแห่งประเทศฝรั่งเศส ได้มอบการรับรองอย่างเป็นทางการให้ Abode of Chaos ของ thierry Ehrmann เป็น "ผลงานศิลปะองค์รวม (total work of art)" และเป็นสำนักงานใหญ่ระดับโลกของ Artprice by Artmarket 

https://www.prnewswire.com/news-releases/madame-rachida-dati-french-minister-of-culture-has-granted-official-recognition-to-thierry-ehrmanns-abode-of-chaos-as-a-total-work-of-art-the-global-headquarters-of-artprice-by-artmarket-302409684.html

La Demeure du Chaos/Abode of Chaos – ผลงานศิลปะองค์รวม (Total Work of Art) และสถาปัตยกรรมเอกลักษณ์เฉพาะ (Singular Architecture)

ผลงานสองภาษาที่เคยเป็นความลับ บัดนี้เผยแพร่สู่สาธารณะ: https://ftp1.serveur.com/abodeofchaos_singular_architecture.pdf

ติดต่อ Artmarket.com และแผนก Artprice department – ติดต่อ: Thierry Ehrmann, ir@artmarket.com

 

"Dialogue Between a Thinker and AI" by thierry Ehrmann
"Dialogue Between a Thinker and AI" by thierry Ehrmann

Source link

You May Also Like

DAR GLOBAL และ THE TRUMP ORGANIZATION ขยายพอร์ตโฟลิโอในซาอุดีอาระเบีย ด้วยโครงการ TRUMP PLAZA JEDDAH มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เจดดาห์, ซาอุดีอาระเบีย, 12 มกราคม 2569 /PRNewswire/ — ในวันนี้ Dar Global (LSE: DAR)…

ค้นพบอนาคตของเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ในงาน AMTS 2026 ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน – ลงทะเบียนรับบัตรเข้าชมงานฟรีได้แล้ววันนี้

เซี่ยงไฮ้, 23 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — งานมหกรรมเทคโนโลยีและวัสดุการผลิตยานยนต์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International Automotive Manufacturing Technology…

dashmoto® จับมือ Atlassian Williams F1 Team เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง dash 3 Williams edition อย่างเป็นทางการ

ซานฟรานซิสโก, 22 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ — dashmoto® (www.dashmoto.co) ประกาศเปิดตัว dash 3 Williams edition…