• ผลการศึกษาวิจัยระดับโลกโดย Anchanto ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีอำนาจตัดสินใจในสายการค้ารวม 408 ราย จากแบรนด์และธุรกิจค้าปลีกที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมภูมิภาคอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก
  • Omnichannel Execution Gap สะท้อนให้เห็นความต่างระหว่างผลงานที่องค์กรคาดหวัง กับศักยภาพในการปฏิบัติงานจริง โดยมีสาเหตุมาจากระบบที่ขาดการเชื่อมโยงกัน การมองเห็นข้อมูลอย่างจำกัด และการยังต้องใช้บุคลากรคอยจัดการแบบแมนนวล ส่งผลให้การดำเนินงานขาดความต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทั้งในด้านช่องทาง การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดการคำสั่งซื้อ และการขนส่ง
  • แม้ผู้บริหารมากถึง 86% จะพึงพอใจกับผลงาน Omnichannel ของตน แต่กลับมีเพียง 12% เท่านั้นที่มองว่าระบบปฏิบัติการของตนได้รับการปรับปรุงจนสมบูรณ์พร้อม ขณะที่มีเพียง 6% ที่มองเห็นภาพรวมการทำงานได้แบบครบวงจร และอีก 55% ยอมรับว่ายังต้องพึ่งพาการลงมือทำเองในสัดส่วนที่สูงมาก

สิงคโปร์, 13 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — Anchanto เผยรายงานผลศึกษาวิจัยระดับโลกฉบับใหม่ The State of Omnichannel Commerce 2026/2027 ซึ่งจัดทำร่วมกับ Demand Metric เพื่อเจาะลึกแนวทางการจัดการกับความซับซ้อนที่เพิ่มสูงขึ้นในโลกการค้ายุคใหม่ของแบรนด์ระดับเอนเตอร์ไพรส์และธุรกิจค้าปลีก

ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ระหว่างมุมมองขององค์กรที่เชื่อมั่นในผลงาน Omnichannel ของตนเอง กับขีดความสามารถในการปฏิบัติงานจริงให้มั่นคงต่อเนื่องในส่วนต่าง ๆ ทั้งช่องทาง ระบบ การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดการคำสั่งซื้อ และตลาด

รายงานฉบับนี้เรียกปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า Omnichannel Execution Gap หรือ ช่องว่างการดำเนินงาน Omnichannel

ปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานให้ราบรื่นนั้น มีทั้งปัญหาระบบทำงานแยกส่วนไม่เชื่อมโยงกัน ขั้นตอนการทำงานที่กระจัดกระจาย ข้อจำกัดในการมองเห็นภาพรวมข้อมูล และการยังคงต้องพึ่งพาการประสานงานแบบแมนนวล

"แบรนด์และผู้ค้าปลีกมีความก้าวหน้าอย่างมากในการขยายช่องทางการขาย มาร์เก็ตเพลส และรูปแบบการจัดการคำสั่งซื้อ แต่การขยายช่องทางเพียงอย่างเดียวไม่อาจสร้างความพร้อมสู่การเป็น Omnichannel ที่สมบูรณ์ได้" คุณ Vaibhav Dabhade ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Anchanto กล่าว "ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคใหม่จะมาจากการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ นั่นคือการบูรณาการทั้งระบบ สินค้าคงคลัง กระบวนการทำงาน เครือข่ายจัดการคำสั่งซื้อ ตลอดจนโจทย์เฉพาะของแต่ละตลาด เข้าไว้ด้วยกันเป็นโมเดลการดำเนินธุรกิจการค้าที่สอดประสานกัน"

AI เป็นตัวนำทัพ แต่ระบบปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกันยังคงเป็นรากฐานสำคัญ

ความสามารถด้าน AI และการจัดการข้อมูลก้าวขึ้นเป็นวาระสำคัญในการปฏิรูปธุรกิจการค้า โดยผู้บริหาร 53% เลือกให้เป็นเป้าหมายหลัก แซงหน้าการลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่อยู่ที่ 46% สำหรับรูปแบบการนำไปใช้ให้เกิดผลที่สุดนั้น มุ่งเน้นไปที่การตัดสินใจทางธุรกิจในเชิงปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการวัดประสิทธิผลของโปรโมชันและการตั้งราคา การมองเห็นภาพรวมผลงานบนมาร์เก็ตเพลส ตลอดจนการคาดการณ์แนวโน้มสินค้าคงคลังและการจัดการคำสั่งซื้อ

อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่แท้จริงของ AI ย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพและความสามารถในการเชื่อมโยงของระบบปฏิบัติการที่เป็นรากฐานอยู่เบื้องหลัง เพราะปัญหาระบบที่ทำงานแยกส่วน ข้อมูลที่กระจัดกระจาย และกระบวนการทำงานที่ยังต้องพึ่งพาคนเป็นหลัก จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้องค์กรนำ AI ไปปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

"ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ความพร้อมในการทำ Omnichannel ไม่สามารถวัดได้จากจำนวนช่องทางหรือความมั่นใจขององค์กรเพียงอย่างเดียว" คุณ John Follett ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Demand Metric กล่าว "แม้องค์กรจำนวนมากจะขยายระบบนิเวศการค้าจนครอบคลุม แต่ระบบ กระบวนการทำงาน และข้อมูลเบื้องหลังกลับยังไม่ได้สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์ ซึ่งการปิดช่องว่างนี้ ผู้บริหารจะต้องหันมาประเมินศักยภาพการทำงานจริงอย่างถี่ถ้วน พร้อมทั้งวางรากฐานการเชื่อมโยงระบบให้แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการทำงานอัตโนมัติ เทคโนโลยี AI และการเติบโตอย่างยั่งยืน"

รายงานฉบับนี้สรุปว่า ยุคต่อไปของธุรกิจการค้าไม่ได้ตัดสินกันที่จำนวนช่องทางขายที่องค์กรมี แต่ขึ้นอยู่กับว่าสามารถบริหารจัดการช่องทางเหล่านั้นให้ประสานเป็นหนึ่งเดียวได้ดีเพียงใด โดยองค์กรที่เชื่อมโยงทั้งช่องทางขาย ระบบปฏิบัติการ สินค้าคงคลัง การจัดการคำสั่งซื้อ ข้อมูล ตลอดจนโจทย์เฉพาะของแต่ละตลาดเข้าด้วยกันได้ จะอยู่ในจุดที่ได้เปรียบกว่า ทั้งในการเพิ่มประสิทธิภาพ อัตรากำไร และขยายการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้ลูกค้า

ดาวน์โหลดรายงาน The State of Omnichannel Commerce ได้ทาง: https://anchanto.com/state-of-omnichannel-commerce-2026/

เกี่ยวกับ Anchanto

Anchanto คือบริษัท SaaS ระดับโลก โดยให้บริการโซลูชันการค้าแบบ Omnichannel และระบบบริหารจัดการซัพพลายเชนระดับเอนเตอร์ไพรส์แก่แบรนด์ ธุรกิจค้าปลีก และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ Anchanto มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ และมีการดำเนินงานครอบคลุม 12 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และตะวันออกกลาง โดยระบบสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับมาร์เก็ตเพลส ร้านค้าออนไลน์ บริษัทขนส่ง และระบบระดับองค์กรรวมกว่า 200 รายการทั่วโลก

เกี่ยวกับ Demand Metric

Demand Metric คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาระดับโลก ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้บุคลากรในองค์กรด้วยความเชี่ยวชาญ ข้อมูลเชิงลึก และทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อปลดล็อกการสร้างมูลค่าให้ลูกค้าและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จากความร่วมมือทางกลยุทธ์ร่วมกับสมาคมระดับสากล ทั้ง AMA, ANA และ AIPMM ส่งผลให้ทรัพยากรของ Demand Metric ได้รับการยอมรับจนกลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับบุคลากรในวงการธุรกิจ

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Charles Py
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด – Anchanto
marketing@anchanto.com

 

Source link

You May Also Like

Xinhua Silk Road: สายด่วนบริการภาครัฐในไห่หนานทางตอนใต้ของจีน อำนวยความสะดวกด้านการจัดตั้งธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ

ปักกิ่ง, 3 ธ.ค. 2568 /PRNewswire/ — สายด่วนบริการภาครัฐไห่หนาน 12345 ในมณฑลไห่หนานทางตอนใต้ของจีน กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท่าเรือการค้าเสรีแห่งนี้ โดยให้ความช่วยเหลือหลายภาษาพร้อมขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ Yang Liu…

Yili รวมผู้มีความสามารถระดับนานาชาติที่ Global Elite Summit ปี 2569 ชูความหลากหลายและวิสัยทัศน์ร่วมกัน

โฮฮอต, จีน, 22 ก.ค. 2569 /PRNewswire/ — ไม่นานมานี้ Yili Group ได้จัดงานประชุมสุดยอดระดับโลก (Global…

Midea เตรียมเปิดตัวสถาปัตยกรรมไฮเปอร์คอนเวอร์เจนซ์ด้านพลังงานและการทำความเย็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมในงาน Data Center World Asia ปี 2569

สิงคโปร์, 28 กันยายน 2569 /PRNewswire/ — Midea Building Technologies (MBT) จะเข้าร่วมงาน Data Centre World…