มะนิลา, ฟิลิปปินส์, 18 ธ.ค. 2568 /PRNewswire/ — องค์การเขตเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ (PEZA) และ Ampotech บริษัทเทคโนโลยีพลังงานชั้นนำจากสิงคโปร์ ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเดินหน้าติดตั้งโซลูชันการจัดการพลังงานและคาร์บอนอัจฉริยะ ภายในนิคมอุตสาหกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของ PEZA โครงการประวัติศาสตร์นี้ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการหารือ จะนำเสนอผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง จากการบูรณาการและเพิ่มประสิทธิภาพระบบจัดการพลังงานในอาคาร พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบติดตามสินทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน ทั้งยังเปิดโอกาสให้ PEZA และผู้ประกอบการภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตรวจสอบย้อนกลับการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างชัดเจน

From left to right: Eric San Pedro (Managing Director, Ampotech Philippines), William Temple (CEO, Ampotech), Tereso O. Panga (Director General, PEZA), Anidelle Joy M. Alguso (Deputy Director General for Policy & Planning, PEZA)
From left to right: Eric San Pedro (Managing Director, Ampotech Philippines), William Temple (CEO, Ampotech), Tereso O. Panga (Director General, PEZA), Anidelle Joy M. Alguso (Deputy Director General for Policy & Planning, PEZA)

PEZA ภายใต้การนำของผู้อำนวยการใหญ่ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอย่างคุณ Tereso Panga รับหน้าที่ดูแลในการวางแผน พัฒนา และบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรม เขตส่งออก และเขตการค้าเสรีทั่วฟิลิปปินส์ โดยความยั่งยืนถือเป็นพันธกิจหลักของ PEZA ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านโครงการต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ รวมถึงความพยายามในการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคพลังงาน

ผู้อำนวยการใหญ่ Panga กล่าวว่า "PEZA ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำหลักความยั่งยืนและ ESG มาปรับใช้ในการดำเนินงาน เราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรองรับอนาคต พัฒนา ยอมรับสิ่งใหม่ เสริมศักยภาพ และยกระดับเขตเศรษฐกิจของเราให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ตั้งแต่การบูรณาการพลังงานหมุนเวียนและโครงการเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากร ไปจนถึงการจัดทำรายงานการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และผลักดันให้นิคมอุตสาหกรรมได้รับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม"

สำหรับ Ampotech แล้ว โครงการนี้ถือเป็นการปักหมุดรุกตลาดฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ หลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ด้วยการเปิดสำนักงานทั้งในมาเลเซีย เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และอินโดนีเซีย โดยบริษัทฯ เตรียมนำความสำเร็จจากการติดตั้งโซลูชันพลังงานด้วยเทคโนโลยี AI และ Internet of Things (IoT) ในอาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์หลายร้อยแห่ง มาใช้ในการพัฒนาโครงการสาธิตแบบบูรณาการร่วมกับ PEZA ในครั้งนี้

คุณ William Temple ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Ampotech กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ PEZA ในโครงการริเริ่มนี้ โดยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและขนาดพื้นที่อันกว้างขวางของเขตเศรษฐกิจเหล่านี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ขีดความสามารถอันครบวงจรของแพลตฟอร์ม AmpoCloud พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"

สำหรับการดำเนินงานในขั้นต่อไปนั้นจะมีการประสานงานร่วมกับ PEZA เพื่อสำรวจและกำหนดขอบเขตโครงการ สำหรับวางกรอบการดำเนินงานในเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ พร้อมระบุแนวทางการทำงานในระยะถัดไป โดยคาดว่าโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของ PEZA เพื่อผลักดันให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่มีอยู่

 

Source link

You May Also Like

LAPP Group ถือหุ้นเต็ม 100% ใน JJ-LAPP: รวมศูนย์การดำเนินงานทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งเดียว

การเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ LAPP ได้ผสานคุณภาพวิศวกรรมระดับโลกเข้ากับความคล่องตัวในภูมิภาคเพื่อขับเคลื่อนคลื่นลูกใหม่ของระบบเชื่อมต่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์ 6 ส.ค. 2026 /PRNewswire/ — LAPP Group ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสายเคเบิลและการเชื่อมต่อได้เข้าซื้อกิจการ…

Strutt ev¹ คว้ารางวัล iF Design Award พร้อมเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ยอดขายพุ่งทะยานต่อเนื่อง หลังเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน CES 2026

สิงคโปร์ 27 กุมภาพันธ์ 2569 /PRNewswire/ — Strutt ผู้นำนวัตกรรมแห่งยานยนต์ส่วนบุคคลอัจฉริยะประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ เมื่อยานยนต์เรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Strutt ev¹ ได้รับรางวัล…

Casio เตรียมเปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ดฉลอง MR-G ครบ 30 ปี

หน้าปัดลายตารางประดับแผ่นทองคำขาว พร้อมเทคโนโลยี Structural Color (สีเชิงโครงสร้าง) เพื่อรังสรรค์พื้นผิวที่ได้แรงบันดาลใจจากแผ่นโลหะบางไว้บนขอบตัวเรือนและสายนาฬิกา โตเกียว, 24 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ —…