กรุงเทพฯ, 4 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — AIS Business และ Huawei Cloud ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิตอัจฉริยะที่ใช้ข้อมูลและ AI เป็นกลไกสำคัญ โดยผสานความแข็งแกร่งด้านโครงข่ายและความเข้าใจในภาคธุรกิจไทยของ AIS Business เข้ากับเทคโนโลยี Cloud, AI และองค์ความรู้ด้านการผลิตระดับโลกของ Huawei Cloud เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีไปยกระดับกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบการผลิตภายในโรงงานผ่าน 5G Private Network โครงข่ายไฟเบอร์ และระบบเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ไปจนถึงการรวบรวม ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลบน Cloud ด้วยศักยภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อต่อยอดสู่แอปพลิเคชัน AI และโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม ช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความพร้อมรองรับผู้ประกอบการไทย รวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการขยายฐานการผลิตในประเทศไทย


นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ภาคการผลิตเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า ในปี 2024 ภาคอุตสาหกรรมของไทยมีสัดส่วนประมาณ 25% ของ GDP และคิดเป็น 16% ของการจ้างงาน หรือมากกว่า 6.2 ล้านคน ดังนั้นจะเห็นว่าตัวเลขนี้ จึงมีความสำคัญทั้งต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการดึงดูดการลงทุน เมื่อภาคการผลิตมีบทบาทสำคัญต่อประเทศ เราจึงต้องร่วมกันยกระดับขีดความสามารถให้พร้อมรับการแข่งขันของโลก ซึ่งวันนี้กำลังขับเคลื่อนด้วยข้อมูล AI ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีการผลิตรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สามารถเชื่อมโยง Network, Cloud, Data และ AI เข้ากับระบบภายในโรงงานได้อย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ และรองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งนี้ AIS Business ในฐานะ National Digital Infrastructure Partner จึงพร้อมเป็นพันธมิตรเคียงข้างผู้ประกอบการที่ต้องการทรานส์ฟอร์มธุรกิจและยกระดับกระบวนการผลิตสู่ยุคดิจิทัลอย่างครบวงจร เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคการผลิต พร้อมร่วมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยุคใหม่ที่รองรับการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน"

ด้าน นางสาวเซลีน เชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า "อนาคตของภาคการผลิตจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้วยกำลังการผลิต แต่ด้วยความสามารถในการนำข้อมูลมาสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการให้บริการ Network, Cloud หรือ AI แบบแยกส่วน แต่เป็นการวางรากฐานดิจิทัลแบบ End-to-End ตั้งแต่การเชื่อมต่อและรวบรวมข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบภายในโรงงาน ไปจนถึงการประมวลผล วิเคราะห์ และนำ AI ไปใช้งานจริง ดังนั้น ด้วยการผสานเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการผลิตระดับโลกของ Huawei Cloud เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โซลูชัน และความเข้าใจในอุตสาหกรรมไทยของ AIS Business ในฐานะ Strategic Local Reseller Partner เราจะช่วยให้ผู้ประกอบการก้าวสู่การผลิตอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก"

ความร่วมมือครั้งนี้สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานสำคัญด้านการผลิตอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI หรือ AI-Driven Manufacturing เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำข้อมูล Cloud และ AI ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ

  • ตรวจสอบคุณภาพสินค้าอัตโนมัติด้วย AI (AI-powered Quality Inspection) ใช้ AI ตรวจสอบคุณภาพสินค้า ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสม่ำเสมอในการตรวจสอบ พร้อมลดความผิดพลาดจากการตรวจสอบด้วยคน
  • คาดการณ์ความผิดปกติและวางแผนซ่อมบำรุงล่วงหน้า (Predictive Maintenance) นำข้อมูลจากเครื่องจักร และเซนเซอร์ มาวิเคราะห์บน Cloud ด้วย AI เพื่อคาดการณ์ความผิดปกติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนซ่อมบำรุง
  • เชื่อมต่อหุ่นยนต์และยานพาหนะอัตโนมัติภายในโรงงาน (Connected Robotics, AGV และ AMR) ใช้ 5G Private Network ที่มีเสถียรภาพสูง รองรับการเชื่อมต่อหุ่นยนต์ และระบบ Automation ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ติดตามสถานการณ์ผลิตภายในโรงงานแบบเรียลไทม์ (Real-time Factory Monitoring) เชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและสายการผลิตเข้าสู่ Cloud เพื่อให้ผู้บริหารและทีมปฏิบัติการสามารถติดตามสถานะการผลิตได้แบบเรียลไทม์ และตัดสินใจจากข้อมูลจริง
  • วิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต (Production Line Optimization) ใช้ Data Analytics และ AI วิเคราะห์ประสิทธิภาพของการผลิต ระบุจุดติดขัด และนำข้อมูลไปเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มอัตราผลผลิตที่ได้มาตรฐาน               ลดการใช้พลังงาน และบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • จัดทำฐานข้อมูลกลางของโรงงานให้พร้อมต่อยอด AI (Industrial Data Platform for AI Readiness) เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ IT ระบบควบคุมเครื่องจักรและการผลิต หรือ OT รวมถึงอุปกรณ์ IoT ให้ใช้งานร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการพัฒนาแบบจำลอง AI (AI Model) ระบบจำลองโรงงานเสมือนจริง (Digital Twin) แอปพลิเคชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Application)  และระบบที่สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจ และดำเนินงานได้อัตโนมัติในอนาคต (Autonomous Operation)

การใช้งานทั้ง 6 รูปแบบข้างต้นเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นทรานส์ฟอร์มจากโจทย์สำคัญของโรงงาน ก่อนขยายผลไปยังสายการผลิตและกระบวนการอื่นตามความพร้อม โดยมี AIS Business เป็นพันธมิตรที่พร้อมเชื่อมโยงทุกองค์ประกอบด้านดิจิทัลให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารเทคโนโลยีจากหลายส่วน และทำให้การลงทุนสามารถต่อยอดได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งผลักดัน AI จากการทดลองหรือการใช้งานเฉพาะจุด สู่การเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจทั้งองค์กร พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทยจากฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง สู่ฐานการผลิตอัจฉริยะที่สามารถคิดค้น พัฒนา และส่งมอบนวัตกรรมสู่ตลาดโลกได้อย่างเต็มศักยภาพในที่สุด

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมของ AIS Business ได้ที่เว็บไซต์ https://www.ais.th/business/enterprise/technology-and-solution/cloud-and-data-center/hybrid-and-multi-cloud/huawei-cloud

####

เกี่ยวกับ AIS

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ ด้วยฐานลูกค้ารวม 52.2 ล้านราย ได้แก่ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ด้วยคลื่นความถี่มากที่สุดรวม 1460 MHz ที่มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 46.9 ล้านเลขหมาย, ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 5.3 ล้านราย, ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร และธุรกิจบริการดิจิทัล ทั้งหมดนี้เพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ สนับสนุนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พบกับเราได้ที่ www.ais.th  (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569)

เกี่ยวกับหัวเว่ยคลาวด์ ประเทศไทย

หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำที่มุ่งมั่นในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้พันธกิจ "In Thailand, For Thailand" โดยมุ่งสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจในการยกระดับศักยภาพด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืน จากรายงานล่าสุดของ Gartner ระบุว่า หัวเว่ย คลาวด์ ครองอันดับ 3 ด้านรายได้ในตลาด Infrastructure as a Service (IaaS) ของประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากลูกค้าและการเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งในตลาดไทย

หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้ให้บริการ Public Cloud ระดับนานาชาติรายแรกที่จัดตั้ง Data Center ภายในประเทศไทย ปัจจุบันมีการดำเนินงานครอบคลุมถึง 3 Availability Zones เพื่อรองรับความเสถียรสูง ความต่อเนื่องของบริการ และประสบการณ์การใช้งานที่มีความหน่วงต่ำสำหรับลูกค้าในประเทศ ด้วยประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ICT กว่า 30 ปี หัวเว่ยสามารถผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ Artificial Intelligence (AI), Cloud-Native 2.0 และ Big Data เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 40 แห่ง และองค์กรธุรกิจชั้นนำจำนวนมากทั่วประเทศ หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่ง พร้อมพัฒนาทักษะบุคลากรในประเทศ เพื่อขับเคลื่อน "เศรษฐกิจดิจิทัล" ของประเทศไทย และนำเทคโนโลยี Cloud และ AI ไปสู่ทุกภาคส่วนของประเทศ เพื่ออนาคตที่เชื่อมต่อและชาญฉลาดอย่างแท้จริง

Source link

You May Also Like

กรุงศรีจับมือไอบีเอ็ม คอนซัลติ้ง เสริมสร้างศักยภาพดิจิทัลและความพร้อมด้านบุคลากรแห่งอนาคต รองรับการเติบโตในยุค AI

กรุงเทพฯ, 19 มิถุนายน 2569 /PRNewswire/ — กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือระยะเวลา 5…

คาซัคสถานพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน GAMES OF THE FUTURE 2026

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 14 ตุลาคม 2567 /PRNewswire/ — Phygital International ประกาศว่าคาซัคสถานได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Games of the…

รีไวทะแลช® แอดวานซ์ อายแลช คอนดิชันเนอร์ได้หวนคืนสู่แคลิฟอร์เนียอย่างประสบความสำเร็จหลังจากผ่านไป 10 กว่าปี

เวนทูร่า แคลิฟอร์เนีย, 3 เมษายน 2567 /พีอาร์นิวส์ไว/ — หลังจากห่างหายไปนานกว่าทศวรรษ รีไวทะแลช® แอดวานซ์ อายแลช คอนดิชันเนอร์…