สิงคโปร์ 26 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ — แอสตร้าเซนเนก้า และ โรช ไดแอกโนสติกส์ เอเชีย แปซิฟิก ประกาศลงนามบันทึก ความเข้าใจ เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพด้านพยาธิวิทยาดิจิทัล และยกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งใน 9 ประเทศทั่วเอเชีย เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการนำพยาธิวิทยาดิจิทัล และการคำนวณที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้งาน ผ่านโครงการด้านการศึกษาและการฝึกอบรม พร้อมยกระดับการตรวจไบโอมาร์กเกอร์ สำหรับมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด

Left to right: Eldana Sauran, Arun Krishna, Lance Little and Christopher Chiam (Source: AstraZeneca)
Left to right: Eldana Sauran, Arun Krishna, Lance Little and Christopher Chiam (Source: AstraZeneca)

เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมดทั่วโลก[1] และมากกว่า 60% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่[2] อยู่ในเอเชีย สำหรับมะเร็งเต้านม ผู้หญิงเอเชียเกือบครึ่งมีระดับ HER2 ต่ำ[3] ขณะที่ TROP2 พบได้ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์ขนาดเล็กถึง 82–90%[4] ดังนั้น การตรวจไบโอมาร์กเกอร์อย่างแม่นยำจึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจรักษา และการประเมิน TROP2 ด้วย AI ยังช่วยระบุผู้ป่วยที่มีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อการรักษา ด้วยยาแอนติบอดีคอนจูเกต ได้ดียิ่งขึ้น

ความร่วมมือนี้มุ่งแก้ไขช่องว่างด้านความรู้และการนำพยาธิวิทยาที่ใช้ AI ช่วยเหลือมาใช้ในเอเชีย โดยปัจจุบันมีแพทย์เพียง 17% ที่มองว่าตนเองมีความรู้ความเข้าใจอย่างมากเกี่ยวกับเทคโนโลยี พยาธิวิทยาขั้นสูง และการใช้งานการตรวจพยาธิวิทยาเชิงคำนวณในทางคลินิกยังอยู่ในระดับต่ำ[5] ตัวอย่างเช่น ในฟิลิปปินส์ แพทย์มะเร็งวิทยา 60% ระบุว่าการขาดแคลนการตรวจไบโอมาร์กเกอร์ เป็นอุปสรรคต่อการรักษาผู้ป่วย[6]

"การสร้างระบบสาธารณสุขที่มีความยืดหยุ่นคือหัวใจสำคัญของพันธกิจเราในการเปลี่ยนแปลงการดูแลโรคมะเร็ง" Arun Krishna รองประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียของแอสตร้าเซนเนก้า กล่าว  
"ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขช่องว่างด้านการวินิจฉัยที่ยังมีอยู่ทั่วภูมิภาค ด้วยการผสานความร่วมมือกับ โรช ไดแอกโนสติกส์ ในการส่งเสริมการศึกษา และการใช้งานพยาธิวิทยาที่ขับเคลื่อนด้วย AI เราจะสามารถสนับสนุนการผสานการวินิจฉัย แบบแม่นยำ เข้าสู่เส้นทางการรักษาของผู้ป่วย ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสมได้มากขึ้น"

พยาธิวิทยาที่ใช้ AI ช่วยทำให้กระบวนการวินิจฉัยมีมาตรฐาน ลดความเป็นอัตวิสัย และเพิ่มความแม่นยำ โดยงานวิจัยระบุว่าเวิร์กโฟลว์ที่ใช้ AI สามารถ[7]:

  • เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยได้สูงสุด 5% และลดเวลาอ่านผลต่อเคสลง 36%
  • เพิ่มความสอดคล้องในการแปลผลได้สูงสุด 15% ลดความเหนื่อยล้าของมนุษย์และอคติส่วนบุคคล
  • ขยายโอกาสเข้าถึงการบำบัดแบบกำหนดเป้าหมายโดยจัดประเภทใหม่ให้ 24% ของเคสที่เคยถูกระบุว่า HER2-negative กลายเป็นกลุ่ม HER2-low
  • ช่วยระบุผู้ป่วยได้แม่นยำมากขึ้นผ่านการวินิจฉัยร่วมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตัวแรกสำหรับ TROP2[8]

เมื่อผู้ป่วยได้รับการจับคู่กับการรักษาที่เหมาะสม ผลลัพธ์ทางคลินิกที่เป็นไปได้ อาจรวมถึงอัตราการตอบสนองต่อการรักษาที่ดีขึ้น ระยะเวลาการควบคุมโรคที่ยาวนานขึ้น[9] และการใช้ทรัพยากรด้านสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"ที่ โรช ไดแอกโนสติกส์ เราเชื่อว่าการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำ คือรากฐานของการดูแลโรคมะเร็ง อย่างมีประสิทธิภาพ ทั่วเอเชียแปซิฟิก ช่องว่างในการเข้าถึงการวินิจฉัยขั้นสูง ยังคงส่งผลกระทบ ต่อผลลัพธ์ของผู้ป่วย" Lance Little ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค โรช ไดแอกโนสติกส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าว "ความร่วมมือนี้ช่วยให้เรามุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพด้านการวินิจฉัย และเร่งการนำพยาธิวิทยาดิจิทัล มาใช้ในระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างมาตรฐาน การวินิจฉัยที่มีความสม่ำเสมอและเชื่อถือได้มากขึ้น พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม"

ความร่วมมือดังกล่าวจะดำเนินโครงการด้านการศึกษาและการฝึกอบรมในสิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี ไทย มาเลเซีย อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับความต้องการเฉพาะ ของระบบสาธารณสุขในแต่ละประเทศ และเร่งการบูรณาการพยาธิวิทยาเชิงคำนวณที่ใช้ AI ช่วยเหลือเข้าสู่ขั้นตอนการวินิจฉัย

เอกสารนี้จัดทำและสนับสนุนงบประมาณโดย แอสตร้าเซนเนก้า และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งเสริมการขาย

Z2-7573 | วันที่เผยแพร่: พฤษภาคม 2569

อ้างอิง:

1.  Mengxia Fu, et al. The Breast, Volume 79, 2025.

2.  Chiu, Chao-Hua et al. eClinicalMedicine, Volume 74, 10270

3.  Yang, C., et al. (2025). Therapeutic advances in medical oncology, 17, 17588359251353083.

4.  Kuo, P., et al. (2025). PloS one, 20(4), e0321555.

5.  Aggarwal, C., et al. (2025). Diagnostics (Basel, Switzerland), 15(19), 2527.

6.  Alberto, I. et al. (2023). The Lancet regional health. Western Pacific, 32, 100667. https://doi.org/10.1016/j.lanwpc.2022.100667 

7.  Rajadurai, P. et al. (2025). Annals of Oncology. 36. S461. 10.1016/j.annonc.2025.08.1037.

8.  BioPharma Asia. 2026. Roche granted FDA Breakthrough device designation for AI-driven companion diagnostic for non-small cell lung cancer. https://biopharma-asia.com/sections/roche-granted-fda-breakthrough-device-designation-for-ai-driven-companion-diagnostic-for-non-small-cell-lung-cancer/ 

9.  Fountzilas E, et al. Genome Med. 2022 Aug 31;14(1):101.

 

Source link

You May Also Like

การประชุมห่วงโซ่อุปทานโลกของ UNCTAD ในบาร์เบโดส เผยแพร่รายงานห่วงโซ่อุปทานโลก

อีเวนท์สำคัญชูความก้าวหน้าทางนวัตกรรมในด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและความร่วมมือระหว่างประเทศ บริดจ์ทาวน์ บาร์เบโดส, 27 พ.ค. 2567 /พีอาร์นิวส์ไวร์/ รายงานการส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain Promotion…

ASIA'S 50 BEST RESTAURANTS 2026 เผยรายชื่อร้านอาหารยอดเยี่ยมอันดับเพิ่มเติมที่ 51-100 ประจำปีนี้

ลอนดอน, 12 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — Asia’s 50 Best Restaurants สนับสนุนโดย S.Pellegrino…

LSEG จับมือ Facctum นำเสนอ World-Check On Demand: ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ เพื่อโลกที่เร็วขึ้น

ลอนดอน, 11 พฤศจิกายน 2568 /PRNewswire/ — LSEG และ Facctum ประกาศความร่วมมือเพื่อนำเสนอ World-Check On Demand…