จินจง, จีน, 23 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — รายงานข่าวโดย China Daily:

Guests on the “Discovering Shanxi’s Ancient Chinese Architecture” tour practice the Tang-style hand-over-chest salute at Foguang Temple in Xinzhou.
สัปดาห์การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมนานาชาติ ประจำปี 2569 ได้ปิดฉากลงอย่างงดงามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ เมืองโบราณอวี้ซื่อ เมืองจินจง มณฑลซานซี ชูแนวคิดหลักอย่าง "Unity for Prosperity, Heritage for Eternity" (รวมพลังสร้างความเจริญรุ่งเรือง สืบสานมรดกสู่ความยั่งยืน) นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ
งานนี้เป็นการรวมตัวของคณะทูตานุทูต นักวิชาการจากต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนครีเอเตอร์รุ่นใหม่จากทั่วทุกมุมโลก ที่มาร่วมกันขับเคลื่อนการสื่อสารเชื่อมสัมพันธ์ข้ามวัฒนธรรม
ไฮไลต์สำคัญของงานนี้มีทั้งพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ การแสดงประติมากรรมแสงไฟ กิจกรรมเปิดประสบการณ์มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (ICH) และการเสวนาโต๊ะกลมใน 3 หัวข้อหลัก ซึ่งมุ่งถกประเด็นท้าทายร่วมกันในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล บทบาทของเยาวชนในการสืบสานวัฒนธรรม ตลอดจนนวัตกรรมในการสร้างสรรค์แนวทางเผยแพร่วัฒนธรรมข้ามพรมแดน
มณฑลซานซีถือเป็นดินแดนที่รุ่มรวยด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมอันโดดเด่น โดยเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างไม้โบราณสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161-1450) ที่ยังหลงเหลืออยู่ 3 แห่ง และอาคารไม้โบราณยุคแรกเริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ. 1814-1911) หรือเก่าแก่กว่านั้นอีกถึง 518 แห่ง ทั้งยังเป็นที่ตั้งของแหล่งอนุรักษ์โบราณวัตถุสำคัญระดับชาติมากถึง 531 แห่ง
Md. Nazmul Islam เอกอัครราชทูตบังกลาเทศประจำประเทศจีน กล่าวในพิธีเปิดว่า มณฑลซานซีมีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในอู่อารยธรรมจีน พร้อมกล่าวเสริมว่า สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างถ้ำหินอวิ๋นกัง (Yungang Grottoes) ไม่เพียงเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกทางจิตวิญญาณร่วมกันของมวลมนุษยชาติอีกด้วย
ศาสตราจารย์ Evandro Menezes de Carvalho ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัย Fluminense Federal University ประเทศบราซิล ชี้ว่า อารามโบราณ หมู่บ้านดั้งเดิม และเจดีย์ไม้เก่าแก่นับพันปี ต่างทำหน้าที่สั่งสมและสืบทอดความทรงจำแห่งอารยธรรม โดยมีวิถีวัฒนธรรมอันมีชีวิตถักทออยู่ในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นอย่างกลมกลืน
ขณะเดียวกัน กิจกรรมหลักที่จัดควบคู่ไปตลอดทั้งงานคือทริปสำรวจเชิงวัฒนธรรมในหัวข้อ "Discovering Shanxi’s Ancient Chinese Architecture – A Visual Journey Through Cultural Heritage" (ย้อนรอยสถาปัตยกรรมจีนโบราณแห่งซานซี: ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมผ่านมุมมองภาพ) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เมื่อปี 2480 ซึ่งเป็นปีที่คณะนักวิชาการชาวจีนค้นพบสถาปัตยกรรมไม้สมัยราชวงศ์ถังเป็นครั้งแรก
ในการนี้ คณะผู้แทนได้ร่วมศึกษาแกะรอยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเสาหินสมัยราชวงศ์ถัง ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในตัวอาคาร ตลอดจนจารึกบนโครงสร้างขื่อคาน เพื่อคืนชีวิตให้กับประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของวงการโบราณคดีเชิงสถาปัตยกรรม
การจัดงานในครั้งนี้ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลสุดล้ำมาใช้ชุบชีวิตโบราณวัตถุอันทรงคุณค่า โดยที่เจดีย์ไม้อิ้งเซี่ยน (Yingxian Wooden Tower) มีการจัดนิทรรศการดิจิทัลเสมือนจริงที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสามารถปีนขึ้นสู่ยอดเจดีย์ในโลกเสมือน ได้สัมผัสความประณีตของโครงสร้างคานที่ขัดกันอย่างซับซ้อน รวมถึงความงดงามตระการตาของประติมากรรมลงสีสมัยราชวงศ์เหลียว (พ.ศ. 1459-1668) อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ Mian Abrar Hussain ผู้สื่อข่าวอาวุโสจาก Pakistan Today มองว่า การนำเทคโนโลยีโลกเสมือนและเครื่องมือดิจิทัลดึงดูดอารมณ์ร่วมมาใช้นั้น ทำให้จีนกลายเป็นผู้นำในการสร้างโมเดลต้นแบบด้านการอนุรักษ์และจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมที่นำไปถอดบทเรียนและปรับใช้ได้จริง ซึ่งนับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาคมโลก