กว่างโจว, ประเทศจีน, 11 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — รายงานข่าวจาก South:
หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในบ็อกซ์ออฟฟิศจีน "Dear You" หรือชื่อไทย "จดหมายรักถึงอาม่า" ภาพยนตร์ภาษาถิ่นจีนแต้จิ๋ว ยังคงเดินหน้าออกฉายในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ชมในประเทศไทยและอินโดนีเซีย โดยภาพยนตร์เข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม และในอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าฉายในสิงคโปร์และมาเลเซียมาแล้ว
ภาพยนตร์เรื่อง "Dear You" ซึ่งออกฉายเมื่อวันที่ 30 เมษายน ทำรายได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศจีนไปแล้วกว่า 2 พันล้านหยวน และทำรายได้ในตลาดต่างประเทศได้มากกว่า 100 ล้านหยวน ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากหลังอยู่ในประเทศไทยในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 และถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก มิตรภาพ ความรับผิดชอบ และสายสัมพันธ์ในครอบครัว ผ่านชีวิตของผู้คนที่ต้องพลัดพรากจากกันเนื่องจากการอพยพย้ายถิ่นฐาน
ในเรื่อง Musheng ชายหนุ่มจากแต้จิ๋ว (ภูมิภาคเฉาซ่านในมณฑลกวางตุ้ง) ซึ่งเพิ่งแต่งงานกับ Shurou ได้ออกเดินทางออกจากบ้านเกิดข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศไทยเพื่อแสวงหาโอกาสทำมาหากิน เขาส่งเงินกลับบ้านและติดต่อกับภรรยาผ่านจดหมายและเงินส่งกลับบ้าน หรือที่เรียกว่า "เฉียวผี" (Qiaopi) แต่หลังจากที่เขาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน Nanzhi เพื่อนของเขากลับปิดบังข่าวการเสียชีวิตของ Musheng จากครอบครัว และยังคงเขียนจดหมายถึง Shurou พร้อมทั้งส่งเงินในชื่อของ Musheng ให้เธอต่อไปเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี
ทั้งนี้ เพื่อกลับไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่ปรากฏในเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้จัดฉายรอบพิเศษร่วมกับสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม โดยมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้นำภาคธุรกิจ และสมาชิกชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
Zhang Jianwei เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็นผลงานที่ "เรียบง่ายแต่กินใจอย่างลึกซึ้ง" และกล่าวว่าภาพยนตร์ได้นำเสนอองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจีน และสะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างจีนกับไทย
"ภาพยนตร์เรื่องนี้เชื่อมสายสัมพันธ์ชาวจีนและไทยเข้าด้วยกัน" ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของไทย กล่าวกับ South โดยเธอกล่าวว่าตั้งใจจะชมภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมครอบครัว และมองว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ความรับผิดชอบ และคุณค่าที่คงอยู่เหนือกาลเวลา
ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ก็กล่าวชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้หลังเข้าร่วมการฉายรอบพิเศษ โดยให้สัมภาษณ์กับ South ว่า เนื้อหาของภาพยนตร์ทำให้นึกถึงบิดาของเขา ซึ่งเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศไทยและเริ่มต้นสร้างธุรกิจขึ้นมาจากศูนย์
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นในอินโดนีเซียเช่นเดียวกัน หลังเปิดฉายครั้งแรกในกรุงจาการ์ตา
Wang Siping ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูตจีนในอินโดนีเซีย กล่าวว่า ประเด็นเกี่ยวกับความรัก ความผูกพันและความซื่อสัตย์ที่ปรากฏในภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์ของผู้คนที่จากบ้านเกิดเพื่อออกไปสร้างชีวิตใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแสดงความหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับอินโดนีเซีย ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ย้อนนึกถึงเรื่องราวและความทรงจำที่ผู้คนต่างรุ่นมีร่วมกัน
Sukmawati Sukarnoputri ศิลปินการแสดงชาวอินโดนีเซียและบุตรสาวของ Sukarno ประธานาธิบดีคนแรกของอินโดนีเซีย กล่าวกับ South ว่า สิ่งที่สร้างความประทับใจให้เธอเป็นพิเศษ คือมิตรภาพระหว่างตัวละครหญิงที่เป็นตัวเอกทั้งสองคน โดยเฉพาะฉากที่ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในตอนจบถือเป็นฉากที่ตราตรึงและสร้างความประทับใจให้เธอมากที่สุด
เธอกล่าวว่า "ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาพยนตร์เรื่องนี้เตือนคนรุ่นใหม่ว่า ความรักและความผูกพันที่ยั่งยืนตลอดชีวิตยังคงมีอยู่จริง"
ผู้ชมชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งซึ่งเข้าร่วมชมภาพยนตร์กล่าวกับ South ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก และทำให้เธอนึกถึงคนรุ่นก่อน ๆ ที่จากบ้านเกิดไปเพื่อสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับครอบครัวที่อยู่โพ้นทะเลในต่างแดน
"เราควรบอกเล่าให้คนรุ่นต่อไปได้รู้ว่า ชีวิตที่พวกเขามีและใช้อยู่ในทุกวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างง่ายดาย" เธอกล่าว
Pan Yan นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ ซึ่งเคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้วในสิงคโปร์ ก็เดินทางมาร่วมชมรอบฉายในกรุงจาการ์ตาพร้อมกลุ่มเพื่อน โดยเขากล่าวกับ South ว่า "ผมมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ที่สิงคโปร์มาแล้ว แต่พอทราบว่าจะฉายภาพยนตร์ที่อินโดนีเซีย ผมจึงชวนเพื่อน ๆ มาดูด้วยกันอีกครั้ง" เขากล่าวกับ South และชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็นผลงานที่อบอุ่นและจริงใจ พร้อมกล่าวว่าคุ้มค่าแก่การกลับมาชมซ้ำอีกครั้ง
