• พันธมิตรใหม่  3 รายในโครงการ Digital Enterprise Blueprint เพื่อสร้างศักยภาพของ SME ด้าน GenAI คลาวด์ และความสามารถเตรียมตัวและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์
  • AWS และ Microsoft จะร่วมมือกับ IMDA เพื่อเร่งการนำ GenAI มาใช้ และให้ประโยชน์แก่ SME ที่มีความพร้อมด้านดิจิทัล 1,000 ราย
  • โดยจะสร้างโอกาสการจ้างงานและการฝึกอบรมสำหรับนักปฏิบัติ  AI (AI Practitioner) ภายในประเทศอีก 800 ตำแหน่ง เพื่อรองรับความต้องการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

สิงคโปร์, 28 พฤษภาคม 2568 /PRNewswire/ — การร่วมมือเป็นพันธมิตรครั้งใหม่กับยักษ์ใหญ่ผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง Alibaba Cloud, Prudential และ ST Engineering จะทำให้ SME ในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาวด์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งนี้ ความร่วมมือครั้งใหม่ซึ่งประกาศในวันนี้ที่งานเปิดตัว ATxEnterprise โดยคุณ Tan Kiat How รัฐมนตรีอาวุโสแห่งกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ (State for Digital Development and Information) ซึ่งมีจุดหมายเพื่อสนับสนุนโครงการ Digital Enterprise Blueprint (DEB) ของประเทศ จะเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจสามารถเร่งการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ได้เร็วขึ้น คุณ Tan ยังได้เปิดตัวโปรแกรมส่งเสริมบุคลากร 2 โครงการใหม่ ซึ่งจะมอบโอกาสในการพัฒนาทักษะและสร้างเส้นทางอาชีพด้าน AI ให้แก่พลเมืองในประเทศ โปรแกรมเหล่านี้จะฝึกอบรมนักปฏิบัติ AI ให้พร้อมต่อความต้องการไว้ล่วงหน้า ขณะที่สิงคโปร์เร่งผลักดันการนำ Generative AI (GenAI) ไปใช้ทั่วทั้งระบบนิเวศองค์กร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลาง AI ระดับโลก

ความร่วมมือใหม่ 3 โครงการเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางดิจิทัลของ SME

2.  IMDA หรือสำนักงานพัฒนาสารสนเทศและการสื่อสารของรัฐบาลสิงคโปร์ กำลังดำเนินการสร้างความร่วมมือใหม่ 3 โครงการ เพื่อเสริมสร้างการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้งาน และยกระดับความสามารถเตรียมตัวและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ของกิจการ SME โดยรวม ดังนี้

  • ความร่วมมือกับ  Alibaba Cloud เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านคลาวด์และ AI – กิจการ SME และผู้ให้บริการโซลูชันดิจิทัลถึง 3,000 ราย จะได้รับการสนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านคลาวด์และ AI ผ่านโครงการ Alibaba Cloud Digital Accelerator ซึ่งเป็นโครงการแบบครบวงจรที่จะเตรียมความพร้อมให้แก่ภาคธุรกิจ ด้วยประสบการณ์การใช้งานคลาวด์จริงและทรัพยากรทางเทคนิค โดยประกอบด้วยการสนับสนุนผ่านเครดิตการใช้งานคลาวด์ การจัดเวิร์กช็อปฝึกอบรมเชิงเทคนิค การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และการเข้าทดลองใช้งานแพลตฟอร์ม Cloud AI Model Studio ของ Alibaba
  • ความร่วมมือกับ  Prudential Singapore เพื่อส่งเสริมการใช้ GenAI – ภายใต้โครงการ GenAI Xponential บริษัท Prudential จะร่วมมือกับ Republic Polytechnic ซึ่งเป็นพันธมิตรในระบบนิเวศด้านการพัฒนาบุคลากร (Talent Engagement Ecosystem) ของบริษัท โดยจะสร้างวิดีโออธิบายเทคโนโลยี GenAI จำนวนสูงสุด 10 ตอน สำหรับกิจการ SME โดยเฉพาะ และจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการสูงสุด 4 ครั้ง เพื่อช่วยให้ SME ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำโซลูชัน GenAI ที่ผ่านการรับรองของ IMDA และส่งเสริมให้นำไปใช้ดำเนินงาน
  • ความร่วมมือกับ  ST Engineering เพื่อเปิดตัวโครงการ SME CyberResilience – โครงการริเริ่มนี้จะให้บริการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบครั้งเดียวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้แก่ SME สูงสุด 2,000 ราย ผ่านแพลตฟอร์ม CTO-as-a-Service ของ IMDA ขณะเดียวกันก็เตรียมความพร้อมให้พวกเขาโดยให้ความรู้เชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับภัยคุกคามใหม่ ๆ และกลยุทธ์การป้องกันผ่านกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้โดยเฉพาะ

3.  ความร่วมมือใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามภายใต้โครงการ DEB ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรสู่ระดับถัดไป ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2567 โครงการ DEB ได้สร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรไปแล้วกว่า 10,000 ราย

ขยายการสนับสนุน GenAI ให้แก่ SME ที่มีความพร้อมทางดิจิทัล

4.  โครงการริเริ่ม GenAI x Digital Leaders ของ IMDA เปิดตัวในปี 2567 เพื่อช่วยองค์กรที่มีความพร้อมทางดิจิทัล (DME) ในการสร้างขีดความสามารถทางดิจิทัลและเอาชนะอุปสรรคท้าทายที่สำคัญ จากการร่วมมือกับ AWS และ Microsoft ส่งผลให้องค์กรกว่า 200 แห่งได้รับความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงเทคนิคเกี่ยวกับ GenAI ในระดับลึกมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีและได้รับคำแนะนำในการนำโซลูชัน GenAI ไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

5.   ปัจจุบัน IMDA กำลังสนับสนุนองค์กร DME จำนวน 50 ราย ด้วยการดำเนินโครงการซึ่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงถึง 50% และประหยัดต้นทุนต่อปีได้สูงสุด 300,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

6.   ตอนนี้ IMDA กำลังเสริมความร่วมมือกับ AWS และ Microsoft เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ โครงการที่ได้รับการปรับปรุงนี้ตั้งเป้าที่จะเข้าถึงองค์กรกว่า 1,000 ราย และสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ถึง 500 โครงการในปีหน้าที่จะมาถึง ความร่วมมือแบบขยายตัวนี้จะเพิ่มจำนวนเวิร์กช็อป Tech Discovery และเซสชันเจาะลึกทางเทคโนโลยี Tech Deep-Dive แบบปรับเฉพาะบุคคลให้มากขึ้นเป็นสองเท่า พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการพัฒนาโซลูชันลงได้ครึ่งหนึ่ง โดยอาศัยเครื่องมือพัฒนาเทคโนโลยีล่าสุดที่มาพร้อมโมดูล GenAI สำเร็จรูป

7.   องค์กร DME จะสามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคได้มากขึ้น ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและนักพัฒนาโมเดล AI โดยจะได้รับการสนับสนุนด้วยทรัพยากรจำเป็นต่าง ๆ เช่น พลังประมวลผลและเครดิตการใช้งานคลาวด์

ความร่วมมือกับ AI Singapore และบริษัทชั้นนำ เพื่อสร้างโอกาสการจ้างงานและฝึกอบรมให้แก่นักปฏิบัติ AI ภายในประเทศจำนวน 800 ตำแหน่ง

8.   ความต้องการบุคลากรด้าน AI ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทชั้นนำจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ (Centre of Excellence: CoE) ด้าน AI และสร้างทีม AI รวมถึงขยายกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในสิงคโปร์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว IMDA จึงเพิ่มความพยายามสร้างกระบวนการบ่มเพาะและจัดหาบุคลากร AI ของประเทศ ทั้งนี้ ด้วยโครงการฝึกอบรมที่นำโดยบริษัท (Company-Led Training: CLT) ภายใต้โครงการ TechSkills Accelerator (TeSA) นั้น IMDA ได้จัดเตรียมตำแหน่งงานให้นักปฏิบัติ AI ในประเทศแล้วจำนวน 400 ตำแหน่ง ผ่านความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำอย่าง Amazon Web Services (AWS), Microsoft, Oracle และ SingTel

9.  IMDA ยังได้ร่วมมือกับ AI Singapore (AISG) และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปิดตัวโครงการฝึกอบรมใหม่จำนวน 2 โครงการ ซึ่งจะสร้างโอกาสในการจ้างงานและฝึกอบรมในสายงานนักปฏิบัติ AI ภายในประเทศอีกจำนวน 400 ตำแหน่ง

  • โครงการฝึกงานด้าน AI สำหรับภาคอุตสาหกรรม (AI Apprenticeship Programme (Industry) หรือ AIAP(I)) – เพื่อมุ่งฝึกอบรมคนในประเทศให้พร้อมสำหรับโอกาสการจ้างงานตำแหน่งนักปฏิบัติ AI 
  • โครงการ Pinnacle AI Industry Programme (PAIP) – เพื่อยกระดับความสามารถของนักปฏิบัติ AI ในประเทศผู้ที่ทำงานในบริษัทแนวหน้า ให้กลายเป็นนักสร้างโมเดล AI ผู้เชี่ยวชาญ

10.  โครงการ AIAP(I) ซึ่งพัฒนาร่วมกับ AISG มีกำหนดเปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2568 โดยมุ่งเตรียมความพร้อมคนในประเทศให้มีทักษะด้าน AI, ข้อมูล (Data) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) พร้อมทั้งมอบโอกาสให้พวกเขาสามารถฝึกฝนทักษะในโครงการและสถานการณ์จริงเป็นระยะเวลา 6 เดือน โครงการ AIAP(I) นี้มีเป้าหมายฝึกอบรมบุคลากรสายนักปฏิบัติ AI จำนวน 300 คน โดยจะจัดอบรมเป็นรุ่น ๆ ภายในระยะเวลา 2 ปี เมื่อสำเร็จการอบรมแล้ว ผู้เข้าร่วมจะพร้อมสำหรับการทำงานในศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI และบริษัทชั้นนำต่าง ๆ 

11.  เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น ในด้านการสร้างโมเดล AI ขั้นสูงและการปรับแต่งโมเดลที่ผ่านการฝึกแล้ว (fine-tuning) ซึ่งเป็นทักษะที่บริษัทระดับแนวหน้าต้องการ IMDA จึงได้ร่วมมือกับทีม SEA-LION ของ AISG เพื่อพัฒนาโครงการ PAIP ซึ่งเป็นโปรแกรมฝึกอบรมเต็มเวลาระยะเวลา 6 เดือนแบบเร่งรัด โดยคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยจะยกระดับทักษะของนักปฏิบัติ AI ในประเทศจำนวน 100 คน ให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างโมเดล AI ในระยะเวลา 3 ปี

ติดต่อ: atxsg.imda@archetype.co

 

Source link

You May Also Like

เปิดตัวหนังสือ "Made in India" ถ่ายทอดเส้นทางชีวิตของคุณ Desh Bandhu Gupta และการผงาดขึ้นของ Lupin รวมถึงอุตสาหกรรมยาของอินเดีย ณ เมืองมุมไบ

มุมไบ, อินเดีย, 9 ก.พ. 2569 /PRNewswire/ — หนังสือ Made in India ผลงานการเขียนโดย Sundeep…

SKYWORTH PV ประกาศศักดาผู้นำพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์ ขึ้นเวทีสุนทรพจน์และรับรางวัลในงานใหญ่ของวงการ

มะนิลา, ฟิลิปปินส์, 23 กันยายน 2568 /PRNewswire/ — ฟิลิปปินส์ นับเป็นหนึ่งในตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยเมื่อวันที่ 18…

upGrad ขยับขยายการดำเนินงานสู่กรุงเทพฯ พร้อมปั้นทักษะ AI และอาชีพสายดิจิทัลในไทย

กรุงเทพฯ, 8 ตุลาคม 2568 /PRNewswire/ — upGrad หนึ่งในบริษัทชั้นนำของเอเชียด้านการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้ประกาศเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยผ่านโปรแกรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะด้าน AI…