![]() |
เซี่ยงไฮ้, 20 ตุลาคม 2569 /PRNewswire/ — ชิปขับขี่อัจฉริยะของ Axera เข้าสู่ตลาดยุโรปแล้ว โดยติดตั้งในรถยนต์แฮตช์แบ็กไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ของ Leapmotor ที่พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดโลก นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจยานยนต์สู่ตลาดต่างประเทศของบริษัท ชิปดังกล่าวได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับตลาดสากล โดยนำเทคโนโลยีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของ Axera ซึ่งผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพจากการผลิตและใช้งานจริงในรถยนต์แล้วมาสู่ผู้บริโภคชาวยุโรป
รถยนต์รุ่นนี้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มรถยนต์ระดับโลกของ Leapmotor โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะได้ง่ายขึ้น และสนับสนุนการเติบโตของผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ในตลาดต่างประเทศ ข้อมูลอุตสาหกรรมระบุว่า Leapmotor ส่งมอบรถยนต์มากกว่า 660,000 คันในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 โดยในจำนวนนี้เป็นรถยนต์ส่งออกมากกว่า 150,000 คัน เมื่อยอดขายในต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 23% ของยอดส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด การเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศของ Leapmotor จึงเป็นรากฐานสำคัญที่เอื้อต่อการขยายการติดตั้งใช้งานชิประบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ของ Axera นอกประเทศจีน
ชิปดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เป็นระบบบนชิป (SoC) สำหรับระบบ ADAS ที่มีมาตรฐานเดียวกันและรองรับการใช้งานทั่วโลก โดยมาพร้อมหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาทเทียม (NPU) AXNeutron ที่รองรับการประมวลผลแบบผสมความแม่นยำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Axera ชิปดังกล่าวรองรับโมเดลการรับรู้สภาพแวดล้อมแบบ BEV ได้โดยตรง พร้อมทั้งสามารถจัดสรรทรัพยากรการประมวลผลได้อย่างยืดหยุ่นตามระดับความแม่นยำในการคำนวณ ได้แก่ INT4, INT8 และ INT16 เทคโนโลยี AI-ISP ที่ Axera พัฒนาขึ้นเองรองรับการประมวลผลภาพความละเอียด 8 ล้านพิกเซลที่ 50 เฟรมต่อวินาที ช่วยให้สามารถตรวจจับคนเดินเท้า ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ และป้ายจราจรได้อย่างน่าเชื่อถือแม้ในสภาพแสงที่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น เช่น สภาพแสงย้อน ในเวลากลางคืนที่มีฝนตก และขณะขับผ่านอุโมงค์
ชิปดังกล่าวเริ่มเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในประเทศจีนเมื่อเดือนเมษายน 2569 โดยเปิดตัวครั้งแรกในรถยนต์รุ่นขายดีของ Leapmotor ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยชิปดังกล่าว นับเป็นหนึ่งในระบบกลุ่มแรก ๆ ที่นำโมเดลการรับรู้สภาพแวดล้อมแบบ BEV มาใช้งาน และยังเป็นระบบแรกในระดับเดียวกันของอุตสาหกรรมที่นำเสนอการแจ้งเตือนด้วยภาพผ่านส่วนติดต่อระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (HMI) เกี่ยวกับเครื่องหมายบนพื้นถนน นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังเป็นไปตามข้อกำหนดภาคบังคับด้านกฎระเบียบล่าสุดของจีน ซึ่งช่วยยกระดับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ ขณะนี้ Leapmotor เริ่มขยายการผลิตรถยนต์ไปยังต่างประเทศ ส่วนโซลูชัน ADAS ที่ผ่านการพัฒนาและพิสูจน์ประสิทธิภาพจากการใช้งานจริงจนมีความพร้อมแล้วนี้ก็กำลังเข้าสู่ตลาดยุโรปและผู้บริโภคในภูมิภาค
นับตั้งแต่เริ่มการผลิตจำนวนมาก ชิป ADAS ของ Axera สามารถขยายกำลังการติดตั้งใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยมีการติดตั้งในรถยนต์มากกว่า 50,000 คันต่อเดือน ปัจจุบัน ชิปดังกล่าวถูกนำไปใช้ในรถยนต์รุ่นสำคัญของแบรนด์ชั้นนำจากจีน รวมถึง Leapmotor และแบรนด์อื่น ๆ โดยปริมาณการผลิตกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่อุตสาหกรรมคาดการณ์ไว้ การเปิดตัวในยุโรปเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจยานยนต์ทั่วโลกของ Axera ชิปนี้ผสานการบูรณาการระบบในระดับสูงเข้ากับประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือชั้นและการใช้พลังงานต่ำ พร้อมผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยในการทำงานและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างครอบคลุม จึงสามารถใช้เป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับระบบ ADAS ได้ ปัจจุบัน ซัพพลายเออร์ระดับ Tier 1 ระหว่างประเทศหลายรายได้นำชิปดังกล่าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของตน ขณะที่โครงการพัฒนารถยนต์ร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ในต่างประเทศที่เลือกใช้ชิปของบริษัทก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ความสามารถของ Axera ในการส่งมอบแพลตฟอร์มชิปขับขี่อัจฉริยะที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองในระดับการผลิตจำนวนมาก ช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เกิดจากข้อบังคับใหม่ของจีนซึ่งกำหนดให้ต้องปฏิบัติตาม รวมถึงการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์จีน บริษัทสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิป ADAS ยานยนต์ชั้นนำของจีนได้อย่างรวดเร็ว จากผลการวิจัยอุตสาหกรรม ส่วนแบ่งตลาดของ Axera ในกลุ่มตลาดชิปขับขี่อัจฉริยะที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ เพิ่มขึ้นจาก 8.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เป็น 33.32% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดย Axera เป็นผู้ผลิตชิปในประเทศจีนเพียงรายเดียวในกลุ่มตลาดดังกล่าวที่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้มากกว่าสองเท่าในช่วงเวลานี้ ตอกย้ำบทบาทและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของบริษัทในตลาดชิปยานยนต์
ทั้งนี้ เทคโนโลยี SoC สำหรับยานยนต์ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของ Axera รายงานผลประกอบการสำหรับครึ่งแรกของปี 2569 ระบุว่า บริษัทจัดส่ง SoC สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะในยานยนต์จำนวน 420,000 ชิ้น และได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 24 โครงการ จำนวนแบรนด์รถยนต์ที่บริษัทให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 25 แบรนด์ ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ระดับนานาชาติและบริษัทร่วมทุน 7 ราย สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านขนาดธุรกิจและการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล
จากการสร้างฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศจีน Axera กำลังขยายบทบาทของตนในตลาด ADAS ระดับโลก บริษัทจะต่อยอดจากความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่การผลิตจำนวนมาก เพื่อคว้าโครงการพัฒนารถยนต์เพิ่มเติมจากทั้งผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ และผลักดันโครงการเหล่านั้นเข้าสู่การผลิต เพิ่มปริมาณการจัดส่งชิปยานยนต์ และสนับสนุนการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

