ฮ่องกงครองอันดับหนึ่ง ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่แซงอินเดียขึ้นเป็นประเทศที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับมากที่สุด

ลอนดอน, 4 พฤศจิกายน 2568 /PRNewswire/ — QS Quacquarelli Symonds ได้ประกาศผลการจัดอันดับ QS World University Rankings: Asia ประจำปี 2569 โดยเผยให้เห็นถึงภาพรวมของภูมิภาคเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านขนาด ความหลากหลายของคุณภาพ และความก้าวหน้าด้านการวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ

มหาวิทยาลัยฮ่องกงก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 แซงหน้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง (อันดับ 2) ขณะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ร่วมกับ

มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ การจัดอันดับในปีนี้ประเมินมหาวิทยาลัยมากกว่า 1,500 แห่งจาก 25 ระบบอุดมศึกษา รวมถึงสถาบันใหม่กว่า 550 แห่ง ซึ่งนับเป็นการประเมินที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ด้านจีนแผ่นดินใหญ่ได้ขึ้นเป็นผู้นำด้านจำนวนสถาบันที่ได้รับการจัดอันดับด้วยจำนวนทั้งหมด 395 แห่ง แซงหน้าอินเดีย (294 แห่ง) ตามมาด้วยญี่ปุ่น (147 แห่ง) และเกาหลีใต้ (103 แห่ง) ส่วนเขตบริหารพิเศษฮ่องกงสร้างสถิติใหม่ด้วยการมีมหาวิทยาลัยติด 10 อันดับแรกของเอเชียถึง 5 แห่ง

10 มหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย  

2569

2568

สถาบัน

1

2

มหาวิทยาลัยฮ่องกง

2

1

มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

=3

4

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง

=3

3

มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

5

5

มหาวิทยาลัยฟูตัน

6

11

มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง

=7

10

มหาวิทยาลัยซิตี้ฮ่องกง

=7

6

มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง

9

7

มหาวิทยาลัยชิงหัว

10

17

มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง

 

ไฮไลต์สำคัญ

  • อินเดียโดดเด่นด้านประสิทธิภาพการวิจัยและจำนวนบุคลากรที่มีวุฒิปริญญาเอก
  • มาเลเซียเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่พัฒนาขึ้นมากที่สุดในปีนี้
  • เกาหลีใต้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั่วทั้งระบบ โดยมีจำนวนมหาวิทยาลัยใน 20 อันดับแรกเท่ากับจีน และในบรรดามหาวิทยาลัย 100 อันดับแรก 15 แห่ง มีถึง 12 แห่งที่อันดับดีขึ้น
  • ญี่ปุ่นยังคงเป็นมาตรฐานด้านคุณภาพการสอนและผลกระทบจากงานวิจัย โดยมีมหาวิทยาลัยโตเกียว (อันดับที่ 26) เป็นสถาบันหลัก
  • ไต้หวันมีมหาวิทยาลัย 7 แห่งจาก 10 อันดับแรกของประเทศที่มีอันดับดีขึ้น โดยมีมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (อันดับที่ 23) เป็นผู้นำ
  • ไทยหลุดจาก 50 อันดับแรก แต่มีจำนวนมหาวิทยาลัยที่อันดับดีขึ้นมากกว่าที่อันดับลดลง
  • มหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนามกลายเป็นสถาบันชั้นนำของเวียดนาม
  • มหาวิทยาลัยชั้นนำ 10 แห่งของอินโดนีเซียมีอันดับดีขึ้นทั้งในด้านชื่อเสียงทางวิชาการและชื่อเสียงในหมู่ผู้ว่าจ้าง ซึ่งช่วยเสริมอิทธิพลของประเทศในระดับภูมิภาค
  • ปากีสถานมีมหาวิทยาลัยติดอันดับ 82 แห่ง ทำให้เป็นระบบอุดมศึกษาที่มีตัวแทนมากเป็นอันดับ 6 ของเอเชีย
  • ฟิลิปปินส์สร้างสถิติใหม่ด้วยมหาวิทยาลัยติดอันดับ 35 แห่ง เพิ่มขึ้น 11แห่งจากครั้งก่อน
  • คาซัคสถานครองความเป็นผู้นำในเอเชียกลาง โดยมีมหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งของภูมิภาคที่ติด 100 อันดับแรก ขณะที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของอุซเบกิสถานมีอันดับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Ben Sowter รองประธานอาวุโส QS กล่าวว่า

"เรื่องราวของการศึกษาระดับอุดมศึกษาในเอเชียคือความหลากหลายและความมีชีวิตชีวา ขณะที่ระบบการศึกษาของประเทศอย่างจีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์กำลังเสริมสร้างความเป็นเลิศ ประเทศอื่น ๆ อย่างอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนามต่างก็กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แม้จะเผชิญกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและทรัพยากร การพัฒนาของภูมิภาคนี้สะท้อนให้เห็นถึงทั้งโอกาสและความซับซ้อนในตัวเอง"

โลโก้ – https://mma.prnasia.com/media2/2429773/5597560/QS_Quacquarelli_Symonds_Logo.jpg?p=medium600

 

Source link

You May Also Like

Arclin เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เข้าซื้อกิจการ Willamette Valley Company

อัลฟาเรตตา, จอร์เจีย, 19 ธันวาคม 2568 /PRNewswire/ — Arclin ผู้นำด้านวัสดุศาสตร์ ประกาศลงนามข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Willamette Valley…

Artmarket.com: แนวโน้มขาขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2569 จากการเปลี่ยนผ่านอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่การเปลี่ยนโฉม Artprice สู่ระบบ "AI-FIRST"

ปารีส, 13 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ — Thierry EHRMANN ผู้ก่อตั้ง Artprice และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Artmarket.com พร้อมด้วยครอบครัว…

CGTN: สานอนาคตร่วมกัน: จีน-เซอร์เบีย ผลักดันความเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์รอบด้านสู่ระดับใหม่

ปักกิ่ง 26 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ — CGTN เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการพบปะหารือระหว่างประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีน กับประธานาธิบดี Aleksandar Vucic ของเซอร์เบีย ณ กรุงปักกิ่ง โดยบทความดังกล่าวได้ตอกย้ำถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน และการธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมและความยุติธรรม พร้อมเน้นย้ำถึงความพยายามในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างจีนและเซอร์เบียไปสู่ระดับใหม่ โรงงานเหล็ก Smederevo ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าศตวรรษ ได้รับการยกย่องให้เป็นความภาคภูมิใจของเซอร์เบีย และเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและเซอร์เบีย โรงงานแห่งนี้ได้พลิกฟื้นกลับมาได้อย่างน่าทึ่งในปี 2559…